พล็อตสด ขอบคุณไอเดียแสนบัดเจิดจากคุณสีฝุ่นมากค่ะ🙏🙇♀️💕
#ออลฮินะ #allhinata #ไฮคิว #Haikyuu (allxall?)
'เขาวงกตแห่งบาป' เป็นนามของที่คุมขังมหาบาปทั้ง 7...ว่ากันว่าแต่เดิมเหล่ามหาบาปต่างก็เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้าหากแต่เพราะการกระทำที่'แปลกแยก'ทำให้ถูกนำมาจองจำ ณ เขาวงกตแห่งนี้
แต่ด้วยพลังอำนาจอันมากล้นแม้ถูกจองจำ เศษเสี้ยวแห่งบาปจึงเล็ดรอดไปสู่โลกมนุษย์ได้ พระผู้เป็นเจ้าร้อนใจที่เหล่าบุตรธิดาที่ตนได้สรรค์สร้างด้วยความรักต่างถูกชักจูงจากมหาบาป แต่เพราะมหาบาปเองก็เคยถูกสร้างจากความรักของพระองค์เอง การจะตัดใจทำลายมหาบาปจึงเป็นเรื่องที่พระองค์ลำบากใจยิ่ง
พระผู้เป็นเจ้าจึงได้ทำการแบ่งโลหิตของพระองค์ให้ไปกำเนิดยังโลกมนุษย์ ด้วยความคาดหวังที่ว่าจะสามารถปราบและผนึกเหล่ามหาบาปให้หายไปได้ เรียกกลุ่มมนุษย์ที่ได้รับสายเลือดนั้นว่า 'นักรบทินกร'.....
".....มีมนุษย์มาอีกแล้วล่ะ"
"อีกแล้วเหรอ? ขยันกันจริง"
"ไม่รู้จะเรียกว่ามีความหวังหรือโง่เง่าดีเลยนะ"
"เฮ้ พวกนายก็อ่อนให้บ้างสิ ฉันก็อยากเล่นกับพวกมนุษย์บ้างนะ!"
"ก็คุณเป็นบาปโทษหนักนี่ครับ พวกมนุษย์น่ะ รอดถึงบาปขั้น 3 ก็เก่งแล้ว"
"ไหนๆ ให้ไม้แรกดูหน้าตาของเล่นใหม่หน่อยสิ.."
"ว้าว น่ารักมากนะเนี่ย"
"หึหึ มีใครที่นายไม่ชมว่าน่ารักบ้างล่ะ 'ราคะ' "
"ไม่มี ฮะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"
"....ระวังตัวนะราคะ"
"หืม น่าแปลกใจนะเนี่ย 'เกียจคร้าน'เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ"
"...แค่สังหรณ์น่ะ แต่คงไม่มีอะไรหรอก"กล่าวจบเกียจคร้านก็หาวคำโต ก่อนจะละสายตาจากการเพ่งจิตสังเกตการณ์
"จะใครก็เหมือนกันทั้งนั้น...."เสียงพูดราบเรียบ ก่อนร่างจะหายไปกับความมืดของเขาวงกต
"สมกับเป็นเกียจคร้านนะครับ"
"นะ แต่ก็ถูกของหมอนั่นแหละ...จะใครก็เหมือนกันทั้งนั้น" ต่อให้ได้ชื่อว่านักรบทินกร...แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพวกเขา
"เด็กคนนี้เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น".....
เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มชาวมนุษย์ ผู้เป็นสายเลือดของนักรบทินกรคนล่าสุดนี้คือที่คุมขังมหาบาปทั้ง 7
ร่างกายเล็กสั่นสะท้านจากบรรยากาศหนาวเย็นบริเวณรอบเขาวงกต แต่ดวงตากลมโตเป็นประกายแรงกล้า ไม่มีความหวั่นกลัว
ร่างเล็กในชุดผ้าคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ดูไม่เข้ากับสถานที่หลับตา ประตูสู่เขาวงกตแห่งบาปนี้ต้องใช้อักขระภาษาแห่งสวรรค์ ซึ่งตัวเขาเองถูกสอนให้จำอย่างขึ้นใจ
เมื่อดวงตากลมโตเปิดขึ้นมาอีกครั้งทิวทัศน์รอบตัวก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นทางที่มีทางแยกนับร้อยพัน
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจ และเริ่มก้าวเดิน..
มหาบาปที่ 1 "ราคะ" บาปแห่งการประพฤติผิดในกาม เป็นบาปที่มีความร้ายแรงน้อยที่สุดจากบรรดามหาบาป แต่ก็เท่านั้น...ต่อให้ร้ายแรงน้อยที่สุดก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นบาปอยู่ดี
เด็กหนุ่มในชุดคลุมหยุดฝีเท้าเมื่อรอบกลายสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง
กลิ่นชื้นของไอดินกลายเป็นกลิ่นของเครื่องหอม
เด็กหนุ่มกระชับเสื้อคลุม เพ่งสมาธิไปที่การสัมผัสจิต...
เจ้าของการเปลี่ยนแปลงยกยิ้ม สมกับที่เป็นนักรบแห่งทินกร ไม่ว่าใครก็ใช้การสัมผัสจิตเพื่อค้นหาพวกเขา
...แต่หารู้ไม่ว่าการทำอะไรเช่นนั้นยิ่งทำให้สิ่งอย่างง่ายดายกว่าเดิม
"หาฉันอยู่รึเปล่า?"ราคะแทรกไปในจิตก่อนจะเอ่ยหยอกเย้า
ยิ่งคิดล่วงหน้าว่าจิตอันบริสุทธิ์จะตกใจแบบใด จะสับสนหรือไม่ที่การเพ่งจิตอันภาคภูมิใจสามารถถูกแทรกแซงอย่างง่ายดาย จะตัวสั่นด้วยความกลัวหรือเปล่า และเมื่อนึกไปถึงตอนที่ความบริสุทธิ์ต้องแปดเปื้อนเพราะตนเองแล้ว ริมฝีปากก็ยิ่งโค้งขึ้นอย่างอารมณ์ดี แต่ทว่า...
"..สวัสดีครับ คุณราคะ"
"!"
เสียงใสกังวานดุจระฆังแก้วเอ่ยทักทาย ริมฝีปากเล็กยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะพูดคุยกับราคะต่อทราวกับผู้พูดเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่มหาบาป
"เสียงของคุณธรรมดากว่าที่ผมจินตนาการอีก ในหนังสืออุตส่าห์บรรยายว่า 'เสียงของบาปราคะสามารถล่อลวงยั่วเย้าผู้คนให้หลงใหล' แท้ๆ อะ! แต่เสียงคุณไม่แย่หรอกนะครับ"
"..อะไรนะ"
"อ๊ะ! ผมลืมแนะนำตัวไปเลย ฮินาตะครับ 'ฮินาตะ โชโย' "
"คุณราคะล่ะครับ...คุณมีชื่อหรือเปล่า? คงไม่ได้ชื่อ 'ราคะ' หรอกใช่ไหมครับ? ถ้ามีช่วยบอกด้วยนะครับ ผมจะได้เรียกถูก"
'เจ้าตัวเล็กนี่มันอะไรกัน...'
มหาบาปราคะผู้ซ่อนตัวอยู่ในความมืดและกลิ่นเครื่องหอมถึงกับกุมขมับ
วิหารแห่งพระบิดาตกต่ำถึงขนาดที่ไม่สั่งสอนให้นักรบทินกรหวาดระแวงมหาบาปแล้วหรือยังไง?
หรือเป็นแค่เจ้าตัวเล็กนี้คนเดียว?
"คุณราคะ ยังอยู่ไหมคร้าบ?" เมื่อไม่การตอบรับเสียงใสจึงทวงถามให้มหาบาปยิ่งหนักใจ
รับมือกับนักรบทินกรผู้ชำนาญเวทย์ยังไม่รู้สึกยากเท่าคุยกับเด็กคนนี้เลยสักนิด
"นามของบาปเป็นเรื่องต้องห้ามนะ...วิหารแห่งพระบิดาไม่เคยสอนเจ้าหรือไง?"
"โอ๊ะ ยังอยู่สินะครับ แหะแหะ สอนครับแต่ว่าผมอยากรู้"
"รู้ไปก็ไม่ทำให้เจ้าปราบข้าได้ง่ายขึ้นหรอกนะ..."
"คิก รู้อยู่แล้วล่ะครับ..ก็แค่..."ร่างเล็กทิ้งจังหวะ เพิ่มความอยากรู้ให้บาปแห่งราคะ จนเผลอเร่งเร้า
"อยากรู้อะไร..." เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มไม่ถึงดวงตา เสียงใสกังวานเอ่ยคลายข้อสงสัยด้วยคำตอบที่ทำให้ราคะสั่นคลอน
"อยากรู้ว่าชื่อที่ตั้งด้วยความรักจากพระผู้เป็นเจ้า...ไพเราะขนาดไหนกันน่ะครับ"
'ลูกรัก'
มหาบาปราคะกัดริมฝีปาก ขาดสติยั้งคิดไปชั่วขณะ เผยตัวตนจากเงามืดพุ่งไปบีบคอเล็กทันที
"อย่ามาแส่รู้ นักรบทินกร!" แรงมหาศาลโอบรัดลำคอจนแทบหมดสติ แต่เด็กหนุ่มก็ยังส่งยิ้มอ่อนโยนไปให้มหาบาป มือเล็กที่บอบบางจับที่มือใหญ่ซึ่งกำลังบีบคอตนเอง กระแสความอบอุ่นถูกส่งผ่านมากจากฝ่ามือเหมือนอยากปลอบประโลม
ราคะที่สัมผัสความอบอุ่นรีบสะบัดร่างเล็กทิ้ง ต่อว่าตนเองในใจว่าปล่อยให้ถูกมนุษย์ปั่นหัวขนาดนี้ได้ยังไง
ร่างบอบบางที่ถูกสะบัดทิ้งค่อยๆยันตัวขึ้น ผ้าคลุมสีขาวเปรอะเปื้อนดินแต่เด็กหนุ่มไม่ใส่ใจจะปัดหรือเช็ด ฮินาตะยืนขึ้น เรือนผมสีส้มดุจท้องฟ้ายามเย็นและดวงตาสีทองอร่ามปรากฏสู่สายตา
"คุณไม่ผิดหรอกครับ...ที่หลงรักพระองค์"
"ทำไมแก??!!!"
"ความรักจะเกิดกับใครก็ได้ครับ คนที่ไม่ยอมรับมันต่างหาก...ที่ผิด"
!!!!
ราคะไม่สามารถตอบโต้อะไรได้อีก มหาบาปสับสนจนสั่นสะท้าน
เด็กคนนี้...เป็นใครกันแน่?
ร่างเล็กยังคงยิ้ม แต่ขาเรียวขยับเข้าใกล้ชายหนุ่มมากยิ่งขึ้น
ปากเล็กพึมพัมเวทย์ ที่ราคะจับใจความได้ว่ามันคือเวทย์ปิดกั้นการรับรู้
'อา ดูเหมือนชีวิตอันยาวนานคงจบลงแค่นี้แล้ว'
ราคะหลับตาลง ชั่วขณะเหมือนความทรงจำครั้นเยาว์วัยปรากฏขึ้นมาในหัว ตอนที่ยังเป็นที่รักของพระบิดา....
เขาเองก็ 'รัก' พระบิดามากเช่นกัน
ทว่า 'ความรัก' นั้นถูกตรานั้นว่าเป็นสิ่งที่ผิด ผิดทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย เขาเพียง 'แอบรัก' เฝ้ามองอยู่ห่างๆ หวังแค่เพียงสายพระเนตรอันอ่อนโยนนั่นหันมามองบ้างสักครั้งก็พอใจ
'เจ้าไม่ควรคิดกับพ่อเช่นนั้น' ทำไมล่ะ ผมมีความคิด มีความรู้สึก มี 'หัวใจ' เหมือนกันนะ
หรือหัวใจอันต่ำต้อยนี้ไม่มีค่าพอสำหรับพระองค์เลยงั้นหรือ จึงต้องเขวี้ยงทิ้งฝังกลบราวกับขยะแขยงเช่นนี้
ราคะยกยิ้มหยัน เขาไม่คิดถึงเรื่องในอดีตมานานมากจนคิดว่าไม่รู้สึกอะไรแล้วแท้ๆ...จนคิดว่าหัวใจนี้คงไร้ความรู้สึกไปแล้วแท้ๆ...
ทำไมมันถึงเจ็บเจียนตายขนาดนี้กัน...
ชั่วขณะที่ยอมรับความตายอันขมขื่น เสียงกังวานก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
"...คุณยังไม่ตอบผมเลยนะครับ"
"...?"
มหาบาปเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตสีทองกลับเป็นสีน้ำตาลอ่อนเฉกเช่นมนุษย์ทั่วไปแล้ว รอยยิ้มของเด็กหนุ่มยังอ่อนโยน แต่ราคะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ส่งผ่านมาด้วย...
ความรู้สึกที่กำลังบอกว่า...เด็กคนนี้ยอมรับเขา...ยอมรับมหาบาปราคะผู้นี้...
"นายเป็นคนบ้าหรือไงกัน เจ้าตัวเล็ก"
"ฮะฮะฮะ คนบ้าเหรอครับ? อืม...ไม่เคยมีใครเรียกผมอย่างนั้นหรอกนะ แต่..."
"....."
"ถ้าเป็นคำว่า 'ปีศาจ' ละก็คงตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่เลยล่ะครับ ฮะฮะ"
"..อะไรนะ?"
"ปีศาจไงครับ"ร่างเล็กไหวไหล่ แล้วยิ้มบางๆ เด็กหนุ่มร่ายเวทย์ให้แสงสว่างปรากฏขึ้น ราคะจึงได้เห็นนักรบทินกรอย่างชัดเจน
เด็กหนุ่มคนนี้ตัวเล็กมาก ผอมบางเหมือนหนังหุ้มกระดูก ที่ลำคอขาวนอกจากรอยนิ้วมือที่ตนเป็นคนทำแล้ว...มีรอยแผลเป็นเต็มไปหมด...
"นี่.." เดี๋ยวนี้นักรบทินกรฝึกหนักจนได้แผลเชียวเหรอ
ฮินาตะมองสบตากับมหาบาปราคะที่คงไม่รู้ว่าถูกเขาสำรวจมาตั้งแต่แสงสว่าง มือบางยกแตะที่รอยแผลซึ่งเต็มลำคอ
ทั้งบุหรี่จากบิดา...แก้วบาดจากผู้คนที่ขว้างสิ่งของใส่เขาตอนเดินในตลาด...แส้จากพ่อค้าทาส ...รอยเขี้ยวจากนายท่านจิตวิปริต
เด็กหนุ่มลูบตามรอยแผลเบาๆเพื่อปลอบใจตัวเอง แล้วเอ่ยตอบข้อสงสัยให้กับมหาบาปราคะ
"แผลพวกนี้ไม่ใช่จากการฝึกหรอกครับ มันอยู่กับผมมานาน...นานก่อนจะรู้ว่าตัวเองเป็นนักรบทินกรอีก"
"นี่นายเป็น...ใครกันแน่?"
ราคะเอ่ยถามอย่างไม่เต็มเสียงนัก เพราะโดยปกตินักรบทินกรจะบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้รอยแผล
เด็กหนุ่มยิ้มหัวเราะเบาๆให้กับท่าทีที่ดูสับสนของราคะ มือบางยกแนบอก ก้มโค้งลงและแนะนำตัวอีกครั้ง
"ฮินาตะ โชโย นักรบทินกร ผู้เติบโตมาจากความระยำต่ำตมของมนุษย์ และการไม่ถูกเหลียวแลจากพระผู้เป็นเจ้าครับ ยินดีที่ได้รู้จักท่านมหาบาปแห่งราคะ...อดีตสัตว์เทพวิฬาร์ทมิฬ คุโรโอะ เท็ตสึโร่"
!!!!
เด็กคนนี้รู้แม้กระทั่ง...
"ขอโทษที่ทำเป็นไม่รู้จักนะครับ ผมคิดน้อยเกินไปหน่อย ลืมนึกถึงใจคุณไปว่าคงไม่ไว้ใจที่จะบอกชื่อเร็วขนาดนั้นเนอะ แหะแหะ"
คุโรโอะ ไม่รู้ควรจะรู้สึกเช่นไรดี เด็กคนนี้เป็นนักรบทินกร แต่กล่าวว่ามนุษย์ต่ำตม กล่าวประชดและถากถางพระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่ใยดี...
ทั้งชื่นชม...
ทั้งประหลาดใจ...
ฮินาตะยืดตัวตรง ส่งยิ้มอีกครั้งเพียงแต่ครั้งนี้รอยยิ้มของร่างบางช่างเจิดจ้าจนตาคุโรโอะพร่ามัวไปหมด เสียงที่ไพเราะดั่งระฆังแก้วเอ่ยชักชวนในสิ่งที่...บ้ามากๆ
"คุณคุโรโอะ อยากจะออกจากเขาวงกตนี้ไปพร้อมกับผมไหมครับ?"
นักรบทินกรคนนี้...ไม่ได้มายังเขาวงกตเพื่อปราบมหาบาปทั้ง7...
แต่มาเพื่อปลดปล่อย...งั้นเหรอ
ชายหนุ่มยิ้มอ่อนใจ ทั้งที่สมองบอกกับตัวเองว่าเป็นไปไม่ได้แท้ๆ...
แต่ทำไมใจถึงเชื่อว่าเด็กคนนี้จะทำได้กันนะ...
"หึ ถ้าผนึกจองจำของพระบิดาทำลายง่ายนัก พวกฉันคงไม่อยู่ที่นี่หรอก.."
คุโรโอะพูดไม่ทันจบประโยคดี คนตัวเล็กก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"ครั้งนี้อาจจะทำได้นะครับ"
"หือ?"
"ก็มีผมเป็นนักรบทินกรอยู่ตรงนี้ไง!" ฮินาตะยิ้มใส่ตาให้กับบาปราคะ คุโรโอะนิ่งอึ้ง หัวใจที่สงบมาตลอดเกิดอาการสั่นระรัวขึ้นมา
'เจ้าตัวเล็กนี่...'
"เหหหห พูดจาใหญ่โตจริงนะ ตัวแค่นี้"
"เหวอ!"
ร่างสูงของอดีตสัตว์เทพเข้ามาประชิดแล้วช้อนคนตัวเล็กขึ้นแนบอก
ตาเรียวคมเหมือนแมวป่าจ้องมองนักรบทินกรเป็นประกาย รอยยิ้มถูกจุดขึ้นมาบนในหน้า หากแต่คราวนี้เป็นยิ้มที่ไม่ได้ใช้เพื่อล่อลวงผู้ใด...
ยิ้มแห่งการให้อภัยตนเอง..ฮินาตะคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่งดงามมากจริงๆ
"ถ้าอย่างนั้น คงต้องขอฝากตัวด้วยนะ เอ..นักรบทินกรผู้เติบโตจากความระยำต่ำตมของมนุษย์ และการไม่ถูกเหลียวแลจากเพราะผู้เป็นเจ้า...ยศยาวชะมัด คราวหน้าลดหน่อยไหม?"
"โถ่! อย่าแซวกันสิครับ!"
ร่างเล็กว่ากล่าวแก้มกลมๆขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย
'เมื่อกี้อารมณ์เจ็บใจนี่นา'
'เผลอนิดเดียวแท้ๆ น่าอายชะมัด!'
เห็นคนในอ้อมแขนฟึดฟัด ราคะจอมกลั่นแกล้งรู้สึกยุบยิบในอก อดไม่ได้ที่จะใช้จมูกไล้แก้มนิ่ม เอ่ยเสียงพร่าข้างหูเล็กหยอกเย้าหวานหยด
"ห้ามไม่ได้หรอกนะ ก็ตัวเล็กน่ารักนี่นา"
ฮินาตะหน้าแดงแจ๋ ต่อให้เคยผ่าน'เรื่องอย่างว่า'มา แต่การถูกเย้าแบบนี้เกินจะรับ
มหาบาปราคะ...น่ากลัวแบบนี้นี่เอง!
"หึหึ ไป! เดินต่อกัน ตัวเล็กยังต้องไปเจรจากับพวกดื้อด้านอีกตั้ง 6 คนนะครับ ใช่ว่าทุกคนจะใจกว้างแบบฉันนะ"
"อะ! ถ้าจะเดินก็ปล่อยผมลงสิครับ!"
"ไม่ปล่อย"
"ปล่อยครับ!"
"ม่าย~ปล่อย~"
"โถ่...คนน่าสงสารเมื่อกี้หายไปไหนกันครับ?!"
"ไม่เห็นมีเลย ตัวเล็กจำผิดแล้ว"
"ฮื่อออออออ คุณมัน*แมวนอนหวด!"
"โอยาโอยะ นึกว่าตัวเล็กรู้มานานแล้วซะอีก เห็นเรียกยศฉันซะเต็มเลย"
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นปิดตาไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว
'ภารกิจปลดปล่อยมหาบาปทั้ง7'ของเขาแค่บาปที่ 1 ก็จะตายแล้วครับ!
จบตอนที่ 1ค่ะ เย้✨😆 นี่ขนาดบาปความร้ายแรงน้อยที่สุดน้องยังเปลืองตัวขนาดนี้ คนอื่นก็ต้องไม่น้อยหน้าค่ะ!😂🤣 คนอื่นๆจะตามมานะคะ ขอไปเติมกาวก่อน--แค่ก!
*แมวนอนหวด เป็นสำนวนนะคะ มาจากสำนวน "ซื่อเหมือนแมวนอนหวด" แปลว่าภายนอกดูใสซื่อแต่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ ปราดเปรียวเอาไว้ค่ะ อุคริ😏
โยนเก็บ #ออลฮินะ #allhinata #ไฮคิว #คุโระฮินะ #kurohina
@threadreaderapp unroll pls
Share this Scrolly Tale with your friends.
A Scrolly Tale is a new way to read Twitter threads with a more visually immersive experience.
Discover more beautiful Scrolly Tales like this.
