#จุงดก Tummy
CW: Mpreg
1.ประกาศสงคราม
“ขยับไป”
“ไม่”
“หม่าม๊า! ผมก็อยากฟังน้องบ้าง!”
“จุงฮยอกอา ขยับให้ลูกนั่งด้วย”
“ไม่ เป็นเด็กเป็นเล็กออกไปเล่นข้างนอกไป”
“ไม่ไป ไอ้พ่อบ้า นั่นแม่ผมนะเว้ย”
“นี่ก็เมียฉัน”
คิมดกจาหันซ้ายทีขวาทีอย่างกับดูแข่งเทนนิสอยู่
เมื่อเช้านี้เขาเปรยไปว่ารู้สึกเหมือนถูกถีบจากในท้อง และนับจากตอนนั้นสองหนุ่มประจำบ้านก็มาเกาะหนึบประกบซ้ายขวา แย่งกันขอฟังเสียงเด็กน้อยในท้องกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำเอาคิมดกจารู้สึกทั้งขำทั้งเหนื่อยใจ
คนพ่อใช้ประโยชน์จากร่างกายที่แข็งแรงกว่าครองพื้นที่
เอาหูแนบอยู่กับหน้าท้องที่นูนออกมาอย่างเห็นได้ชัดของเขามาพักใหญ่แล้ว ทำให้เด็กชายกระฟัดกระเฟียดอย่างหัวเสีย
เด็กคนนั้นผละมาเกาะแขนเงยหน้ามองเขาตาแป๋วอย่างสุดจะออดอ้อน
“หม่าม๊าครับ ผมอยากฟังน้องบ้าง”
คิมดกจาลูบหัวลูกชายของเขาที่หน้าตาเหมือนคนพ่อไม่มีผิดอย่างเอ็นดู
เด็กคนนี้อายุเพิ่งขึ้นสองหลักแต่กลับมองออกได้ทันทีว่าจะต้องโตมาเป็นหนุ่มหล่อแน่ ๆ เชื้อพ่อแรงมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ
แล้วก็นะ แค่ยูจุงฮยอกคนพ่อคนเดียวก็ทำเขาแพ้หมดท่าแล้ว แล้วนี่ยังมียูจุงฮยอกเวอร์ชั่นย่อส่วนมาอีก แล้วเด็กคนนี้น่ะทั้งน่ารักทั้งช่างออดอ้อน
พูดเลยว่าคิมดกจาแพ้เต็มประตู ไม่ว่าจะคนพ่อหรือคนลูกก็ทำใจเขาเหลวเป็นน้ำได้ทั้งนั้น
คิมดกจามองดูเด็กโข่งที่เกาะตัวเขาไว้แน่นอย่างอ่อนใจ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนก็ออกจะรักกันดีแท้ ๆ ไม่รู้ทำไมทุกวันนี้ถึงขยันทะเลาะกันไม่หยุด
“จุงฮยอกอา ขยับแบ่งที่ให้ลูกบ้างสิ”
“แบ่งทำไม เด็กนี่เคยอยู่ในนั้นมาแล้ว ตอนนี้เป็นตาของฉัน”
“อิจฉาล่ะสิพ่อ ผมได้อยู่ในท้องหม่าม๊าตั้ง 9 เดือนเลยเถอะ ทำไม่ได้ล่ะสิ”
นี่มันเป็นการเถียงกันในหัวข้อที่ไร้สาระที่สุดในโลก
“ชิ”...แต่กลับทำยูจุงฮยอกฮึดฮัดไม่พอใจได้
เด็กโข่งคนพ่อทำหน้าหงุดหงิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะยิ้มชั่วร้ายเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก
“หึ ฉันก็เคยอยู่ในตัวคิมดก–”
“ไอ้บ้า!” คิมดกจาฟาดหัวสามีตัวดีของตัวเองไปเปรี้ยงใหญ่ ดีที่เด็กชายมัวแต่หัวเราะสะใจจนไม่ได้ถามออกมาว่าที่พวกผู้ใหญ่พูดน่ะหมายถึงอะไร
โอ้ยให้ตายเถอะ เขาล่ะปวดหัวจริง
2. ที่สุดในโลก
“หม่าม๊า~” วันหยุดที่เงียบสงบของเขาถูกแทนที่ด้วยเสียงเด็กแสบที่คนพ่อเพิ่งไปรับกลับจากโรงเรียน คิมดกจาวางหนังสือในมือลงแล้วรับลูกชายตัวน้อยเข้ามาในอ้อมแขน
“อย่าพุ่งใส่แม่เขาแรงขนาดนั้น ถ้าน้องเจ็บจะทำยังไง” คนพ่อที่เดินตามเข้ามาว่าเสียงดุซะจนเด็กชายหน้าหงอย
“หวา ขอโทษครับ” เด็กชายซึมไปเล็กน้อยแล้วเอื้อมมือป้อมมาลูบที่หน้าท้องของเขาเบาๆ เหมือนจะปลอบโยน
“ไม่เป็นไร แต่คราวหลังค่อยๆ เดินเนอะ”
“คร้าบโผมม”
ยูจุงฮยอกเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็นอย่างเคย ลูกชายเขาที่เกาะอยู่ไม่ห่างหันซ้ายหันขวาดูลาดเลาอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมากระซิบเสียงเบา
“หม่าม๊าฮะ หม่าม๊ารักใครที่สุดในโลกฮะ” คิมดกจาประหลาดเล็กน้อยใจกับคำถามที่ถูกยิงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ก็ตอบออกไป
“ก็ลูกก็แล้วก็พ่อของลูกอยู่แล้วสิ”
เด็กชายยังไม่พอใจกับคำตอบ “ไม่ใช่แบบนั้นซี่ ที่สุดน่ะมันมีได้แค่คนเดียวนะ พูดเบา ๆ ก็ได้ ผมไม่บอกพ่อหรอก”
“ไม่บอกอะไรพ่อ” คนที่อยู่ในบทสนทนาโผล่หน้ามาทันทีที่ถูกพูดถึงเหมือนมีเรดาร์ทำเอาสองแม่ลูกสะดุ้งตกใจ
“บอกว่าหม่าม๊ารักผมที่สุดในโลก รักมากกว่าพ่ออีก!” อ้าวแล้วไหนบอกจะไม่พูด แถมยังพูดเองเออเองเป็นตุเป็นตะ ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหนนะเด็กคนนี้นี่
“พูดจริงเหรอคิมดกจา”
ยูจุงฮยอกหันมาทำหน้าซีเรียสใส่เขา แต่อีกคนอยู่ในสภาพที่ยังใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนลายลูกหมีสีน้ำตาล (ลูกเลือกให้)อยู่ จึงทำให้ภาพตรงหน้าออกมาตลกมาก
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นเลยนะ” คิมดกจาว่าพลางกลั้นขำ
“แต่หม่าม๊ารักผมที่สุดใช่มั้ย”
“ไม่ใช่ คิมดกจาต้องรักฉันที่สุดสิ”
สองพ่อลูกเริ่มหันไปเถียงกันเองอีกแล้ว ทำเอาคิมดกจาต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ หาทางลงให้เรื่องนี้
“ก็รักทั้งสองคนเท่ากันนั่นแหละ เนาะจุงฮยอกอา นายก็รักทั้งผมและลูกที่สุดในโลกใช่มั้ย”
“ไม่อะ ฉันรักนายที่สุด เด็กนี่เป็นที่สอง” แต่คุณสามีตัวดีไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือเอาซะเลย
เขาปวดหัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ก็ไม่ได้
“คิมดกจารักฉันที่สุด”
“ไม่! หม่าม๊ารักผมที่สุด”
ดูท่าแล้วเรื่องนี้น่าจะไม่จบง่ายๆ ถ้าเขาเลือกเข้าข้างคนใดคนหนึ่ง อีกคนจะต้องอนตุ๊บป่องเป็นวัน ๆ แน่
ดังนั้นคิมดกจาคิดว่าเขาหนีไปนอนก่อนดีกว่า
3. นิทานก่อนนอน
“สองคนอยู่ด้วยกันไปก่อนนะ ทำงานเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”
สองหนุ่มนั่งหน้าแห้งกันอยู่บนเตียง มองคิมดกจาที่กำลังเปิดประตูห้องออกไปตาละห้อย
เด็กชายไม่เคยรู้สึกพลาดขนาดนี้มาก่อน เขาอุส่าห์วางแผนไว้ดิบดีแล้วว่าจะเข้ามาอ้อนให้คุณแม่อ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง
แต่กลายเป็นว่าดันมีงานด่วนเข้ามาซะได้ เลยโดนทิ้งให้อยู่กับไอ้พ่อที่ตอนนี้ก็หน้าบูดไม่ต่างกัน
“จะฟังเรื่องอะไรล่ะ นิทานน่ะ”
“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะถึงจะอยากฟังนิทาน” เขาแค่อยากมาอ้อนแม่ตัวเองเฉย ๆ หรอก ให้ตายสิ
“แล้วจะทำอะไร” ยูจุงฮยอกเองก็เซ็งที่โดนแย่งเวลาจู๋จี๋เหมือนกัน
แต่ถ้าคิมดกจาเปิดประตูกลับเข้ามาเห็นเขาไม่สนใจลูกล่ะก็คงโดนเฉ่งกบาลยับ
เด็กชายนั่งนึกสักพัก “งั้นเล่าเรื่องแม่ให้ฟังหน่อย”
“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ”
“ก็…เรื่องเกี่ยวกับแม่ก่อนผมเกิดอะ”
ยูจุงฮยอกนึกย้อนไปถึงความหลังตามที่เจ้าลูกชายว่าแล้วก็อดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้
นานขนาดนี้แล้วเหรอที่เขามีอีกคนอยู่ในชีวิต
เขาขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้เจ้าเด็กที่เป็นหลักฐานความรักระหว่างเขากับคิมดกจา ใบหน้าที่เหมือนกับเขาตอนเด็กไม่มีผิดจ้องมองมาตาแป๋วด้วยความคาดหวัง
“ฉันเจอกับคิมดกจาครั้งแรกตอนอยู่ ม.ปลาย” เสียงขอยูจุงฮยอกอ่อนลงจากตอนปกติเมื่อพูดชื่อของอีกคน
“ตอนนั้นแม่แกแสบมากเลยตีกันตลอด แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็นเพื่อนกัน”
“อ๋อ ที่ตอนนั้นพ่อตะโกนบอกรักแม่หน้าเสาธงอะนะ”
ยูจุงฮยอกชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหูขี้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด “ใช่ที่ไหน แกไปฟังมาจากไหน”
“แม่เล่าให้ฟัง บอกว่าพ่อตะโกนว่า คิมดกจาเป็นเพื่อนรักที่ฉันจะอยู่ด้วยไปจนตาย!!” เด็กชายเก๊กหน้าขรึมเลียนทำท่าเลียนแบบคนเป็นพ่ออย่างออกรส
เขารู้สึกร้อนไปทั้งหน้า คิมดกจาไปเล่าอะไรไร้สาระให้ไอ้เด็กนี่ฟังเนี่ย
“เออนั่นแหละ เป็นเพื่อนกันตอนนั้นแล้วก็เข้ามหาลัยเดียวกันด้วย”
“แล้วคบกันตอนไหนอะ”
“แม่แกมันซื่อบื้อ กว่าจะรู้ว่าฉันพยายามจีบอยู่ก็เรียนจบจนทำงานแล้ว”
“ตอนนั้นพ่อจีบแม่ยังไง” เด็กชายพลิกตัวมานอนคว่ำ เท้าค้างลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง มองจ๋องไปยังคนพ่ออย่างสนอกสนใจ
สองพ่อลูกที่ปกติจะตีกันตลอด แต่พอได้พูดถึงคิมดกจาแล้วกลับเข้ากันได้อย่างดี
สองคนนอนคุยกันอยู่นานจนถึงกับลืมเวลา
ฝ่ายทางคุณแม่ที่เคลียร์งานเสร็จแล้วได้เดินมาจนถึงหน้าห้องนอน เปิดประตูแง้มได้นิดเดียวก็ได้ยินเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะสนุกสนานดังลอดออกมา
คิมดกจาแอบมองเข้าไปในห้อง เห็นเป็นภาพชายสองคนที่เขารักที่สุดกำลังนั่งไหล่ชนกันพลางพูดคุยอย่างออกรส
เสียงทุ้มที่กำลังเล่าเรื่องราวของพวกเขาคละไปกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายดังลอดออกมาพอให้จับใจความได้
ดูท่าจะกำลังนินทาเขากันสนุกเลยสินะ คิมดกจาคิดเช่นนั้น ก่อนจะตัดสินใจให้เวลาพ่อลูกทั้งสองได้อยู่กันตามลำพังอีกสักหน่อย
มือขาวค่อย ๆ ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
Share this Scrolly Tale with your friends.
A Scrolly Tale is a new way to read Twitter threads with a more visually immersive experience.
Discover more beautiful Scrolly Tales like this.
