#ลาอิกาววันละนิด

หวังเจี๋ยซีชื่นชอบการค้นหาและศึกษาพืช จึงย้ายมาอยู่ที่กระท่อมไม้หลังน้อยตรงตีนภูเขาใกล้ชิดธรรมชาติ

ชายตาโตมีความชอบอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยบอกใคร เขาสนใจตำนานของสัตว์ประหลาดและเรื่องลี้ลับต่างๆ

บริเวณภูเขาที่เขาอาศัยอยู่ก็มีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาเช่นกัน
ว่าด้วยแจ็คคาโลป กระต่ายที่มีเขาเหมือนกวาง

ผู้เฒ่าบางคนที่อ้างว่าเคยพบเห็นยังเสริมว่านอกจากมีเขาแล้ว เจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้ยังมีปีกและเขี้ยวอีกด้วย

หวังเจี๋ยซีไม่ได้เชื่อเรื่องราวทั้งหมด แต่เวลาเขาออกไปสำรวจพืชพันธุ์ในป่าบนภูเขา ก็มักจะสอดส่องมองหาสัตว์ประหลาดนี้ไปด้วย
ฤดูกาลผันผ่าน ใบไม้ค่อยๆ ร่วงโรย ลมหนาวพัดมาตามด้วยปุยหิมะที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้า หวังเจี๋ยซียังไม่มีโอกาสได้พบกับตำนานเสียที จนกระทั่งวันหนึ่ง

ชายตาโคยืนมองประตูไม้ที่ปิดไม่สนิท คราบน้ำที่น่าจะเกิดจากหิมะที่
ะลาย และช่องเก็บเนื้อที่ถูกรื้อค้น
เนื้อสดที่เขาตุนไว้สำหรับฤดูหนาวหายไปบางส่วน แต่ผักและอาหารแห้งที่เก็บไว้ในตู้ช่องอื่นยังปลอดภัย

เมื่อนึกย้อนดูก็พบว่า เมื่อคืนนี้เขาได้ยินเสียงกุกกักเบาๆ แต่ไม่ได้สนใจจะลุกขึ้นมาเปิดไฟดู

ดูเหมือนจะมี ‘อะไรบางอย่าง’ บุกรุกบ้านของเขาแล้วขโมยเอาเนื้อไป
หวังเจี๋ยซีขมวดคิ้ว แต่หัวใจกลับเต้นตึกตักด้วยความคาดหวัง เขาจัดดการแยกเนื้อสดสำหรับตัวเองออกมาเก็บต่างหาก ทิ้งบางส่วนไว้ที่เดิมเพื่อเป็นเหยื่อล่อ ตกกลางคืนก็พยายามเงี่ยหูฟัง

แต่ผ่านไปคืนแล้วคืนเล่าจนครบหนึ่งสัปดาห์ เจ้า ‘อะไรบางอย่าง’ กับเสียงกุกกักก็ไม่เรยกลับมาอีก
หวังเจี๋ยซีจุดไฟในเตาผิง แล้วเอนหลังบนโซฟาพร้อมกับแก้วช็อกโกแลตร้อนๆ ในมือ มองเปลวไฟที่ลุกไหม้และเสียงเศษไม้ลั่นเปรี๊ยะๆ

ขณะที่คิดว่าวันธรรมดาๆ กำลังจะหมดไปอีกวัน เขาก็ได้ยินเสียงกุกกักที่หน้าประตู

หวังเจี๋ยซีมองไปทางต้นเสียง หัวใจเต้นระส่ำ เขาวางแก้วเครื่องดื่ม
คว้าอาวุธติดตัวไว้เสริมความอุ่นใจ เผื่อว่าจะเกิดอะไรไม่คาดฝัน จากนั้นจึงเปิดประตู

เสียงลมพัดดังหวีดหวิว คลื่นความหนาวพุ่งปะทะร่างพร้อมๆกับเกล็ดหิมะ บริเวณหน้าประตูไม่มีสิ่งใดอยู่

หวังเจี๋ยซีถอนหายใจแล้วปิดประตู ทว่าเมื่อหันกลับไปที่โซฟาหน้าเตาผิงไฟ กลับเห็น ‘อะไรบางอย่าง’
พอกระพริบตาอีกทีร่างเล็กๆ นั่นก็หายไปเสียแล้ว

หวังเจี๋ยซีหยึดอยู่กับที่แล้วกวาดตามองรอบๆ ในที่สุดก็พบกับหางกลมๆ และก้นที่เต็มไปด้วยขนปุกปุยอยู่ใต้โซฟา

ชายตาโตตั้งใจจะทำเป็นไม่เห็นแล้วค่อยหาโอกาสมองให้ชัดๆ แต่เขาเห็นรอยเลือดเป็นหย่อมๆ ที่หน้าเตาผิงเสียก่อน
เป็นจุดเดียวกับที่เจ้าตัวเมื่อสักครู่นั่งผิงไฟ

ชายหนุ่มเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล นั่งยองๆ มองเข้าไปใต้โซฟา เห็นลูกแก้วสีอำพันแวววาวหนึ่งคู่

“ไม่เป็นไร ฉันจะไม่ทำร้ายนาย ออกมาเถอะ เดี๋ยวจะช่วยทำแผลให้”
หวังเจี๋ยซีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นมิตร
เขาไม่คิดจะดันโซฟาออกเผื่อจับตัวสัตว์ที่บาดเจ็บ แต่เลือกที่จะนั่งรอเงียบๆ ผ่านไปครู่หนึ่งเจ้าอะไรบางอย่างใต้โซฟาก็ยอมมุดออกมา

หวังเจี๋ยซีเบิกตากว้าง เป็นกระต่ายที่มีเขาเหมือนกวาง มีปีกสีน้ำตาลและเขี้ยวคู่เล็กจริงๆ เสียด้วย มองแล้วยังนึกสงสัยว่ามันมุดเข้าไป
ระหว่างช่องใต้โซฟากับพื้นแคบๆ ได้อย่างไร

ชายหนุ่มโคลงศีรษะไล่ความคิดที่สับสน แล้วหันมาให้ความสนใจกับการทำแผลให้เจ้าแจ็คคาโลป บริเวณหลังตรงโคนปีกของมันมีแผล หวังเจี๋ยซีหยิบสมุนไพรออกมาบด พลางบรรยายสรรพคุณให้กระต่ายเขากวางฟัง

เห็นมันอยู่นิ่งๆ จึงค่อยๆ โปะยาลงไปแล้วใช้ผ้าพันแผล
พันรอบตัวมัน ระหว่างพันย่อมได้สัมผัสกับขนนุ่มฟูชวนให้จั๊กจี้หัวใจ

หวังเจี๋ยซีเห็นมันจ้องไปที่เตาผิงไฟ จึงไปหาผ้านุ่มๆ มาปู ระหว่างที่กำลังชั่งใจว่ามันจะยอมให้เขาอุ้มหรือไม่ เจ้าตัวเล็กก็กระโดดดึ๋งไปนั่งจุ้มปุ๊กบนผ้านุ่มๆ หน้าเตาผิงเรียบร้อยแล้ว
หวังเจี๋ยซีนั่งมองเจ้าขนปุยจนตัวเองเริ่มสัปหงก เสียงฟืนปะทุทำให้เขาสะดุ้งตื่น ส่วนกระต่ายเขากวางดูจะหลับไปเรียบร้อยแล้ว

ปกติเมื่อถึงเวลาเข้านอนหวังเจี๋ยซีจะใช้ขี้เถ้ากลบไฟแล้วย้ายไปนอนในห้องนอนที่มีฮีทเตอร์เครื่องเล็ก ถึงที่พักของเขาจะดูเหมือนกระท่อมท่อนซุงหลังน้อย แต่อุปกรณ์
ที่ควรมีก็มีอย่างครบครัน

แต่เห็นเจ้าตัวน้อยดูจะต้องการไออุ่นจากเตาผิง หวังเจี๋ยซีจึงเติมฟืนเข้าไปเพิ่ม แล้วหอบหมอนและผ้าห่มมานอนตรงโซฟาแทน

***

บ้านหลังน้อยของหวังเจี๋ยซีกลายมาเป็นที่พักอาศัยชั่วคราวของสัตว์ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นตำนานเสียแล้ว

ทุกวันชายหนุ่มจะทำแผลให้กระต่าย
เตรียมเนื้อสดใส่จานให้มันสองมื้อ

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ แจ็คคาโลปก็ปรับตัวอย่างรวดเร็ว ย้ายมายึดพื้นที่ส่วนหนึ่งของหวังเจี๋ยซีเป็นที่นอนและยอมให้เขาอุ้มเป็นบางครั้ง

ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยตั้งใจจะยึดบ้านเขาเป็นที่อยู่ในฤดูหนาวเสียแล้ว ซึ่งหวังเจี๋ยซีก็ไม่ได้รังเกียจรังงอน
กลับรู้สึกพองฟูในอกทุกวันที่ได้ใกล้ชิดกับสัตว์ขนฟูแสนน่ารักตัวนี้

จนกระทั่งวันหนึ่ง หวังเจี๋ยซีตื่นมาไม่พบกับกระต่ายเขากวาง แต่กลับเห็นร่างเปลือยเปล่าของมนุษย์นอนอยู่เคียงข้าง

ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างมองสิ่งมีชีวิตที่กระดิกหูยาวๆ ของกระต่าย แล้วปรือตาขึ้นมามองเขา
ราวกับจะถามว่า ‘ส่งเสียงดังทำไม ยังเช้าอยู่เลย’

นัยน์ตาสีอำพันที่เขาแสนคุ้นเคยเพราะจ้องมองอยู่ทุกวัน หูกระต่ายแสนน่ารัก เขากวางที่มีดอกไม้เล็กๆ แตกหน่อราวกับเป็นกิ่งไม้ และปีกสีน้ำตาลอ่อนแสนสวย

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นลักษณะของแจ็คคาโลปของเขา ทว่าร่างที่ควรจะเป็นกระต่ายขนปุย
กลับกลายเป็นมนุษย์ผิวขาวอมชมพูเสียนี่

หวังเจี๋ยซียังนิ่งอึ้ง แต่เจ้านายที่ตัวไม่น้อยแล้วกลับขมวดคิ้ว แล้วคลานมาใกล้คว้าคอเขาให้นอนลง มือเรียวงามอีกข้างตวัดผ้าห่มคลุมร่างของพวกเขา

ชายหนุ่มนอนตัวแข็งทื่อ รู้สึกได้ถึงลมหายในร้อนผ่าวที่เป่ารดซอกคอ
พักหลังเจ้ากระต่ายเขากวางดูจะติดใจกับความร้อนจากตัวเขา จึงชอบมาซุกกับเขาบนเตียง ใต้ผ้านวมหนานุ่มเสมอ แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าแจ็คคาโลปแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ เจอร่างขาวนุ่มนอนซุกแบบนี้ หัวใจทำงานหนักเสียจนนึกอะไรไม่ออกแล้ว

***

ตั้งแต่แจ็คคาโลปกลายเป็นมนุษย์
หวังเจี๋ยซีรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะเอาเนื้อสดให้อีกฝ่ายกิน สุดท้ายจึงลองทำอาหารที่ตนกินเพิ่มเป็นสองชุด

มนุษย์กระต่ายเขากวางดมฟุดฟิดแต่ก็อ้าปากงับเนื้อย่างหมักกระเทียมและพริกไทยดำ จากนั้นก็เคี้ยวหงุบหงับอย่างมีความสุข

ชายตาโตจึงโล่งใจไปอีกเปราะ
ช่วงแรกอีกฝ่ายย่อมใช้มือหยิบจับทุกอย่าง แต่ก็ดูสนใจวิธีการกินของหวังเจี๋ยซี ชายหนุ่มจึงค่อยๆ สอนให้แจ็คคาโลปใช้ ช้อน มีด และส้อม

อีกฝ่ายเรียนรู้ได้เร็วจนหวังเจี๋ยซีแอบคาดหวังว่ามันจะเข้าใจภาษามนุษย์ เขาจึงพยายามแนะนำตัวเองและพูดคุยกับอีกฝ่ายบ่อยๆ
ทว่าเรื่องนี้กลับไม่ค่อยประสบผลสำเร็จนัก

หวังเจี๋ยซีทำให้อีกฝ่ายพูดได้แค่สามคำ

หนึ่งคือ “เยี่ยซิว” คาดว่าน่าจะเป็นชื่อของอีกฝ่าย

สองคือคำว่า “หิว” และสาม คือคำว่า “ไม่”

ซึ่งคำสุดท้ายนั้นมาจากการที่เขาพยายามจับอีกฝ่ายใส่เสื้อผ้า

ดูเหมือนเยี่ยซิวจะไม่ชอบให้มีอะไรอยู่บนตัว
แต่กลับชอบซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม หวังเจี๋ยซีไม่ค่อยเข้าใจนัก

แต่อาศัยอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายมนุษย์แต่เปลือยตั้งแต่บนลงล่าง สร้างความรู้สึกว้าวุ่นให้เขาอยู่ไม่น้อย

สุดท้ายหวังเจี๋ยซีก็อาศัยอาหารหลอกล่อ จนทำให้เยี่ยซิวยอมใส่บ็อกเซอร์ปิดท่อนล่างจนได้
วันนี้อากาศดี หวังเจี๋ยซีอุ้มเยี่ยซิวออกไปเดินเล่น ระหว่างทางก็นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายสามารถบินได้ด้วยปีกคู่เล็กบนหลังหรือไม่

เขาจึงลองเปรยๆ ดู กระต่ายตาสีอำพันมองเหยียดเขา ครู่หนึ่งก็เตะเท้า กระโจนออกจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม แล้วหวังเจี๋ยซีก็ได้เห็นสัตว์ในตำนานบินร่อนบนท้องฟ้า
ปีกที่เคยแนบชิดลำตัว ขยายขนาดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

นอกจากนี้ยังมีกลีบดอกไม้สีชมพูโปรยปรายลงมา เป็นกลีบของดอกไม้ที่งอกอยู่บนเขาของเยี่ยซิวนั่นเอง

เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่หากเอาไปเล่าให้ผู้ใดฟัง เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อเขาอย่างแน่นอน

หวังเจี๋ยซีอมยิ้มมองกระต่ายบินเล่นบนท้องฟ้า
เขาเดินตามไปพลาง ก้มเก็บกลีบดอกไม้ใส่กระเป๋าไปพลาง ตั้งใจว่าจะเอาไปตากแห้งแล้วเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ชายหนุ่มไล่ตามแจ็คคาโลปจนมาถึงตีนเขา พอดีกับที่อีกฝ่ายกระโดดเหยียบลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาว

“ได้บินบนฟ้านี่น่าสนุกจังเลยนะ” หวังเจี๋ยซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เยี่ยซิวกระดิกหู เงียหน้ามองหวังเจี๋ยซี ปีสีน้ำตาลกางออกแล้วห่อหุ้มรอบตัว

ชายหนุ่มเบิกตากว้างมองแจ็คคาโลปที่กลับมาอยู่ในร่างมนุษย์ หวังเจี๋ยซีหน้าแดงก่ำ ตั้งใจจะเอ่ยขอร้องให้อีกฝ่ายกลับร่างเดิม ทว่าเขากลับถูกเยี่ยซิวคว้าหมับ จากนั้นปลายเท้าก็ลอยขึ้นเหนือพื้น
เสียงลมพัดและเสียงกระพือปีกดังขึ้นข้างหู เยี่ยซิวบินสูงขึ้นเรื่อยๆ หวังเจี๋ยซีก้มมอง ด้านล่างเป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยไม้ยืนต้นและปุยหิมะ

เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงหน้างดงามส่งยิ้มน้อยๆ ให้ ทำเอาหัวใจเต้นระส่ำยิ่งกว่าเดิม
แม้ปีกด้านหลังจะเป็นสีน้ำตาลแต่หวังเจี๋ยซีกลับรู้สึกว่าเยี่ยซิวเหมือนดั่งเทวทูตจริงๆ

เยี่ยซิวพาเขาบินเล่นรอบๆ ภูเขา จากนั้นก็กลับร่างกระต่าย ให้หวังเจี๋ยซีอุ้มเข้าบ้านไปผิงไฟอุ่นๆ

ดูเหมือนการบินเล่นจะกินพลังงานไปไม่น้อย เยี่ยซิวฟุบหลับไปอย่างรวดเร็ว หวังเจี๋ยซีจึงรีบเข้าครัว
เตรียมอาหารมื้อใหญ่ให้อีกฝ่าย

ผลลัพธ์ก็ออกมาไม่เลว เยี่ยซิวกินอาหารของเขาจนหน้าท้องนูนออกมาเล้กน้อย แถมยังส่งยิ้มปรือปรอยมาให้ หวังเจี๋ยซีอดใจไม่อยู่ เผลอลองชิมริมฝีปากสีชมพูนั้นจนได้

อีกฝ่ายดูงงๆ แต่คงจะชอบสัมผัสนั้น ไม่นานจึงเป็นฝ่ายเลียและงับปากชายตาโตบ้าง
***

เยี่ยซิวขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่นอนหอบหายใจอยู่บนเตียง

หวังเจี๋ยซีนอนติดเตียงมาเกือบสองวันแล้ว นานๆ ถึงจะลืมตาขึ้นมาสักทีแต่ไม่นานก็หลับไปอีก เยี่ยซิวหงุดหงิดมาก

มนุษย์คนนี้เป็นทาสของเขา แต่กลับไม่ยอมดูแลเขา เอาแต่นอน แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน
“เจี๋ยซี ตื่น!” แจ็คคาโลปยอมเปิดปากพูด เขาเรียนรู้ภาษาของมนุษย์ได้เร็วรวดดังที่หวังเจี๋ยซีเคยคาดการณ์ แต่เยี่ยซิวไม่ค่อยชอบพูด เหตุผลนั้นก็แสนจะง่ายดาย

ในเมื่อเขาแค่เปลี่ยนสีหน้า กะพริบตา หรือแสดงท่าทางเล็กๆ น้อยๆ หวังเจี๋ยซีก็ทราบแล้วว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร
แล้วเหตุใดเขาจะต้องเอ่ยปากให้มากความด้วยเล่า

แม้แจ็คคาโลปจะยอมพูดแล้ว แต่หวังเจี๋ยซีที่ไข้ขึ้นสูงจนแทบไม่มีสติ ย่อมไม่อาจลุกขึ้นมาสนทนากับเยี่ยซิวได้

กระต่ายเขากวางในร่างมนุษย์เม้มปากแน่น เขาไม่ชอบหวังเจี๋ยซีที่เป็นแบบนี้ เขาต้องการหวังเจี๋ยซีคนนั้น คนใจดีที่คอยดูแลเขา
และแผ่ไออุ่นแบบพอประมาณ ให้รู้สึกอุ่นสบายเวลานอนซุก ไม่ใช่ตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้

เยี่ยซิวลุกขึ้นไปคุ้ยหาผักในช่องเก็บของใต้ดินของหวังเจี๋ยซี แล้วฉีกใบที่มีความเย็นมาวางแปะบนหน้าปากของคนป่วย

“นอนดีๆ เดี๋ยวจะกลับมา” เยี่ยซิวกล่าวสั้นๆ งับปากที่แห้งผากของหวังเจี๋ยซีหนึ่งที
แล้วผลักประตูออกไป

***

หวังเจี๋ยซีรู้สึกว่างร่างกายของตนนั้นทั้งหนักอึ้งและร้อนผ่าวราวกับตกอยู่ในเปลวเพลิง

เขาได้ยินเสียงพึมพำที่ข้างหู แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ฟังไม่ออก เปลือกตาหนักอึ้ง ไม่ว่าอย่างไรก็ลืมไม่ขึ้น

สิ่งแรกที่เขานึกถึง คือแจ็คคาโลปตัวน้อยของเขา
เขาหลับไปนานแค่ไหนแล้ว เยี่ยซิวจะหิวหรือไม่ หวังเจี๋ยซียิ่คิดก็ยิ่งร้อนรน ระหว่างนั้นเองก็รู้สึกเหมือนถูกยัดอะไรเข้าปาก

เขาไอค่อกแค่ก สิ่งแปลกปลอมนั้นหายไป แล้วครู่หนึ่งเขาก็รู้สึกถึงสัมผัสอ่อนนุ่ม

แม้จะเคยได้สัมผัสไปเพียงครั้งเดียว แต่หวังเจี๋ยซียังจำได้ดี
เป็นริมฝีปากของเยี่ยซิว...

หวังเจี๋ยซีพยายามจะเปล่องเสียง แต่ลิ้นเล็กๆ นั้นสอดเขามาเสียก่อน พร้อมกับอะไรบางอย่างที่รสชาติขมปร่า

ลิ้นเล็กๆกับริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้นปายไปแล้ว กลายเป็นสัมผัสจากฝ่ามือที่ปิดปากเขาไว้แน่น

“กลืนลงไป!” เสียงใสๆ เจือด้วยความหงุดหงิดแต่ก็แฝงไปด้วยความกังวล
หวังเจี๋ยซีย่อมไม่กล้าขัดใจ ‘นายท่าน’ พยายามเคี้ยวอะไรบางอย่างจนกลืนลงไปได้ เขาอยากเอ่ยปากขอน้ำสักแก้ว

แล้วน้ำก็แตะลงบนริมฝีปาก ยังไม่ทันจะได้เผยอปากเพื่อดื่มสักอึก น้ำเย็นเฉียบหกรดเขาเสียเต็มตัว

แว่วเสียงร้องอุทาน แต่สติของหวังเจี๋ยซีหลุดลอยไปเสียแล้ว

***
เยี่ยซิวตบเท้าลงกับพื้นตามนิสัยดั้งเดิมของตน เขาออกไปหาสมุนไพรที่ตนเคยกินตอนไม่สบายแล้วหายเป็นปลิดทิ้ง พอเอากลับมาให้ป้อนให้หวังเจี๋ยซี อีกฝ่ายกลับไม่ยอมกิน ลำบากเขาที่ต้องฝืนทนเคี้ยวสมุนไพรรสชาติแย่ๆแล้วป้อนให้ถึงปาก แต่ในที่สุดหวังเจี๋ยซีก็กลืนลงไปจนได้
ตอนที่สัมผัสริมผีปากของชายตาโต เยี่ยซิวพบว่ามันแห้งผาก จึงไปเทน้ำมาหนึ่งแล้ว เขาไม่คิดจะต้มน้ำหรอก ปกติดื่มน้ำเย็นๆ จากลำธารก็ไม่เป็นอะไรนี่นา

กระต่ายเขาขวางไม่เคยดูแลมนุษย์ ดังนั้นย่อมไม่ทราบอะไรหลายๆ อย่าง อันดับแรก การเอาแก้วน้ำเอียง เทจ่อปากคนป่วยที่ไม่ค่อยมีสติ
ก่อให้เกินผลร้ายมากกว่าผลดี ดังเช่นตอนนี้ที่แผงอกและเสื้อของหวังเจี๋ยซีชุ่มไปด้วยน้ำเย็นเจี๊ยบ

“หนาว...”

เยี่ยซิวได้ยินเสียงแหบพร่าแล้วก็นึกหงุดหงิด เหตุใดมนุษย์ถึงได้ดูแลยากแบบนี้กันนะ? เมื่อกี้ตัวยังร้อนเป็นไฟ คราวนี้กลายเป็นหนาวเสียแล้ว
แต่คนคนนี้เป็น ‘ของ’ ของเขา เรื่องอะไรจะปล่อยให้ตายกันล่ะ

เยี่ยซิวพ่นลมออกจมูก แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของหวังเจี๋ยซี จากนั้นใช้ร่างกายของตนเองทาบทับ

เนื้อแนบชิดกันแบบนี้อุ่นกำลังดี ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าทำไมหวังเจี๋ยซีถึงชอบอ้อนวาอนให้เขาใส่เสื้อผ้า
หวังเจี๋ยซีดูไม่กระสั่บกระส่ายแล้ว เยี่ยซิวมองใบหน้าของผู้ที่หลับใหล เอาคางไปถูๆ กับอกอีกฝ่ายแล้วหลับตาลงบ้าง

เอาล่ะ หวังว่าพรุ่งนี้อีกฝ่ายจะลุกขึ้นมาได้เสียที

ทาสแสนอ่อนแอที่ต้องให้เจ้านายอย่างเขาคอยดูแลนี่ไม่ไหวเอาเสียเลย

***
หวังเจี๋ยซีกะพริบตาปริบๆ มองดวงหน้างามที่แทบจะฟุบหลับอยู่บนตัวของเขา เมื่อสังเกตให้ดีก็พบว่าทั้งตัวเขาและเยี่ยซิวไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น

ชายตาโตพยายามเรียบเรียงความคิดในหัว ดูเหมือนเขาจะไข้ขึ้นสูง ได้เยี่ยซิวป้อนสมุนไพรกับน้ำให้
ถึงจะยังไม่ค่อยมีแรง และปวดเมื่อยตามตัว แต่ก็ไม่มีไข้แล้ว นับว่าอาการดีขึ้นในระดับหนึ่ง คงต้องขอบคุณกระต่ายน้อยตรงหน้าเสียแล้ว

หวังเจี๋ยซีอมยิ้ม มองผู้ที่หลับใหล ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว จึงเปิดเปลือกตา เผยให้เห็นดวงตาสีอำพัน

ชายหนุ่มไม่ทันกะพริบตา ภาพเบื้องตาก็
แปรเปลี่ยนไป กลายเป็นก้นสีน้ำตาลและหางกระต่ายกลมๆ นุ่มฟูแทน

จากนั้นอุ้งกระต่ายก็ตบรัวๆ ลงบนหน้าท้องของหวังเจี๋ยซี

“ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง” คนป่วยพยายามใช้ลูกอ้อนเต็มที่ กระต่ายเขากวางถึงได้ยอมหันหน้ากลับมา

แม้เยี่ยซิวจะยังอยู่ในร่างกระต่าย
แต่หวังเจี๋ยซีรู้สึกเหมือนเห็นภาพซ้อน เป็นเยี่ยซิวในร่างมนุษย์แก้มป่อง หน้าตาบูดบึ้ง เขาจึงรีบยิ้มเอาใจและกล่าวว่า

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะ”

หวังเจี๋ยซีสาบานได้ว่าเขาได้ยินเสียงแค่นหายใจดัง หึ แล้วกระต่ายก็ขดตัวเป็นก้อนราวกับจะบอกว่า ‘บริการเกอซะดีๆ เจ้าทาส!’
หวังเจี๋ยซียิ้มอย่างอ่อนใจ รีบลุกขึ้นมาเตรียมเนื้อย่างมีเดียมแรร์ ของโปรดของเจ้าแจ็คคาโลปตัวน้อย

หลังจบมื้ออาหาร คนที่ยังไม่หายดีก็เริ่มหมดแรง เขาตั้งใจจะไปจุดไฟที่เตาผิงให้เยี่ยซิวแล้วกลับไปนอน แต่กระต่ายเขากวางกลับยื่นสมุนไพรมาให้เขา

“กิน”

หวังเจี๋ยซีเพ่งมองพืชตรงหน้า
เป็นสมุนไพรที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ทันจะเอ่ยปากเยี่ยซิวก็ดันเจ้าของสีเขียวเข้มมาแตะปากเขา เอ่ยสำทับอีกรอบว่า “กินแล้วนอน”

หวังเจี๋ยซีจะทำอย่างไรได้นอกจากยอมเคี้ยวสมุนไพรสดรสชมเสียยิ่งกว่าอะไร อย่างน้อยเขาก็ได้รางวัลเป็นสีหน้าพึงพอใจของแจ็คคาโลป
คนป่วยเช็ดตัวแล้วเตรียมจะเปลี่ยนชุด แต่กลับถูกเยี่ยซิวจ้องเขม็ง สุดท้ายหวังเจี๋ยซีจึงต้องเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ แล้วปีนขึ้นเตียง มีมนุษยย์หูกระต่ายเขากวางปีนตามขึ้นมานอนข้างๆ

แต่แบบนี้ก็อุ่นสบายกว่าจริงๆ นั่นแหละนะ
หวังเจี๋ยซียิ้มน้อยๆ แล้วปิดเปลือกตาลง ขอแค่มีเยี่ยซิวอยู่ข้างๆ เขาก็มีความสุขมากเกินพอแล้ว

-จบ-

แอ ในที่สุดก็จบแล้ว กาวจากรูปแจ็คคาโลปเยี่ยเยี่ยของนซ @seaumiyo ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆ และอนุญาตให้เอามากาวต่อนะก๊ะ
แถมท้าย

เช้าวันนี้หวังเจี๋ยซีรู้สึกว่ากระต่ายของเขาแปลกไป เยี่ยซิวดูจะเกาะติดกับเขามากเป็นพิเศษ ดวงตาหรี่ปรือ ดูเคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในห้วงภวังค์ ริมฝีปากอวบอิ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ ไม่ทันได้กล่าวอรุณสวัสดิ์ก็ทาบทับลงมาเสียแล้ว
ลิ้นเล็กๆ บุกรุกเข้ามา ล่อลวงจนหวังเจี๋ยซีปั่นป่วน เมื่อเขามีโอกาสได้สูดลมหายใจอีกครั้ง กระต่ายบนตัวก็เปลี่ยนไปไล่เลียต้นคอของเขา ตามด้วยลากลิ้นผ่านแก้ม งับเบาๆ แล้วหันไปหยกล้อกับใบหูของเขา

“เยี่ยซิว?” หวังเจี๋ยซียังจับต้นชนปลายไม่ถูก
แต่เมื่อสัมผัสถึงสิ่งร้อนผ่าวที่ถูไถอยู่บริเวณหน้าท้อง เขาก็หน้าขึ้นสี

ริมฝีปากของเขาถูกช่วงชิงอีกครั้ง ดอกไม้สีชมพูผลิบานและร่วงหล่นไปทั่ว กลิ่นหอมเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เช่นเดียวกับของเหลวที่ไหลเยิ้มจากช่องทางด้านหลังของแจ็คคาโลปในร่างมนุษย์
หวังเจี๋ยซีตัวแข็งทื่อ แต่การบดเบียดเสียดสีจากอีกฝ่ายทำให้เขาตื่นตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตาสีอำพันทรงเสน่ห์ฉายแววพึงพอใจ มือเรียวงามลูบไล้แผงอกของเขา แล้วค่อยๆ เคลื่อนลงต่ำ กอบกุมตัวจนของเขาเอาไว้

สะโพกสอบยกขึ้น แล้วค่อยๆ กดลง เสียงครางของพวกเขาดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน
ปีกสีน้ำตาลแสนสวยกางออก ดวงหน้างามมีสีแดงแต่งแต้ม กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาเร่าร้อน ดอกไม้สีชมพูอ่อนยังคงโปรยปราย เรือนร่างขาวผ่องไร้สิ่งปกปิด หวังเจี๋ยซีได้แต่เบิกตากว้าง ภาพตรงหน้าช่างงดงามจนเขาเกือบลืมหายใจ

***
เยี่ยซิวหรี่ตามองมนุษย์ที่ตนเพิ่งจับคู่ด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีอาการฮีท และพอฮีทแล้ว ภาพที่ปรากฏขึ้นในหัว มีเพียงคนตรงหน้าเท่านั้น

ใช่ เขาไม่อยากจับคู่กับใครนอกจากหวังเจี๋ยซี

กลิ่นอายของการร่วมรักยังฟุ้งกระจายเต็มห้อง
ส่วนหวังเจี๋ยซีนั้นผล็อยหลับไปแล้วเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการถูกกระต่ายน้อยรีดเอาเมล็ดพันธุ์ไปจนหมด

เยี่ยซิวขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงของเหลวที่กำลังจะไหลออกจากตัว เขาขมวดคิ้วแล้วยกก้นขึ้นสูง

ไม่รู้ทำไมแต่เยี่ยซิวรู้สึกว่านั่น ของจากเจี๋ยซี เขาไม่อยากให้มันหกออกไป
ที่จริงแจ็คคาโลปยังไม่ ‘อิ่ม’ ด้วยซ้ำ แต่คู่ของเขาดันหมดแรงเสียแล้ว และจะให้ไปจับคู่กับคนอื่นเขาก็ไม่อยากทำ ดังนั้นเขาคงจะต้องหาทางทำให้หวังเจี๋ยซีแข็งแรงขึ้นเสียหน่อยแล้ว

เยี่ยซิวครุ่นคิดในใจแล้วทิ้งตัวลง กอดก่าย ‘ของ’ ของตนเอาไว้แน่น

~End~

กระต่ายเยี่ยในช่วงฮีทไงล่ะ//ขรึม
Missing some Tweet in this thread?
You can try to force a refresh.

Like this thread? Get email updates or save it to PDF!

Subscribe to ลาอิ อยากนอนเฉยๆ ทุกวัน
Profile picture

Get real-time email alerts when new unrolls are available from this author!

This content may be removed anytime!

Twitter may remove this content at anytime, convert it as a PDF, save and print for later use!

Try unrolling a thread yourself!

how to unroll video

1) Follow Thread Reader App on Twitter so you can easily mention us!

2) Go to a Twitter thread (series of Tweets by the same owner) and mention us with a keyword "unroll" @threadreaderapp unroll

You can practice here first or read more on our help page!

Follow Us on Twitter!

Did Thread Reader help you today?

Support us! We are indie developers!


This site is made by just three indie developers on a laptop doing marketing, support and development! Read more about the story.

Become a Premium Member ($3.00/month or $30.00/year) and get exclusive features!

Become Premium

Too expensive? Make a small donation by buying us coffee ($5) or help with server cost ($10)

Donate via Paypal Become our Patreon

Thank you for your support!