#ลาอิกาววันละนิด

Fictober 5: Ash+Demon

ว่ากันว่าผู้ที่เข้าใกล้พระเจ้ามากเกินไปจะถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน

แม้กับเทวดาเช่นเขาก็ไม่ได้รับการยกเว้น

หวังเจี๋ยซีทำได้เพียงคุกเข่า ก้มหน้าลงกับพื้น ไม่อาจเข้าใกล้ผู้ที่อยู่บนบัลลังก์ได้ รวมถึงไม่อาจใช้ดวงตาจับจ้องนายเหนือหัวได้
ทว่าเสียงที่แสนไพเราะพุ่งกระแทกกลางดวงใจของหวังเจี๋ยซีทุกครั้ง

เขาตกหลุมรักพระเจ้า ตกหลุมรักผู้ให้กำเนิด

อันที่จริงเขาคิอผลงานที่ผิดพลาด ดวงตาที่ไม่สมมาตรคือหลักฐานที่เด่นชัด กระนั้นพระเจ้ากลับไม่ทำลายเขา

ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปหวังเจี๋ยซีก็เริ่มตระหนักได้ถึงความผิดปกติ
ดวงตาข้างซ้ายของเขา นับวันเริ่มขุ่นมัว และความหลงใหลในตัวผู้สร้างก็เพิ่มพูนขึ้นทุกที

เขาถึงขั้นจินตนาการว่าตนทอดกายเหนือร่างของผู้ทรงศักดิ์ ทำให้ร่างกายที่ไร้ราคีนั้นแปดเปื้อน

หวังเจี๋ยซีกุมดวงตาข้างซ้าย นึกอยากจิกมันออกไป

หากทำเช่นนั้นเขาจะหลีกเลี่ยงการร่วงหล่นได้หรือไม่?
หวังเจี๋ยซีทราบดีว่าเหล่าเทวดาสามารถร่วงหล่นได้ ปีกของผู้ที่ร่วงหล่นจะกลายเป็นสีดำ จากเทวดากลายเป็นปีศาจ สติสัมปชัญญะลดต่ำลงและจำเป็นต้องถูกกำจัด ไม่อาจอยู่ข้างกายพระเจ้าได้อีก

สาเหตุที่ร่วงหล่น จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดทราบคำตอบ
“หวังเจี๋ยซี”

“ขอรับ?”

“ข้าชอบดวงตาของเจ้า อยู่ดีๆ ทำไมจึงปิดมันเสียเล่า”

ประโยคดังกล่าวทำให้จิตใจของหวังเจี๋ยซีสั่นสะท้าน

ดวงตาของเขากลายเป็นสีดำมืดเสียแล้ว โคนปีกที่ถูกปกป้องใต้ชุดคลุมก็เริ่มเปลี่ยนสี เขาเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

“เจี๋ยซี?”

ในเมื่อเหลือเวลาไม่มาก
เช่นนั้นก่อนร่วงหล่นและถูกกำจัด เขาขอทำตามหัวใจเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่?

“นายท่านช่วยรับฟัง คำขอร้องสุดท้ายของข้าได้หรือไม่”

“ลองกล่าวมา”

หวังเจี๋ยซีได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว ไม่รู้ทำไมแต่ในหัวของเขาบังเกิดภาพผู้ที่อยู่ บนบัลลังก์เปลี่ยนอิริยาบถโดยนั่งไขว่ห้างและเอามือเท้าคาง
“ข้าอยาก มองท่านอย่างเต็มตาสักครั้ง”

“เกรงว่าตาเจ้าจะบอดเสียก่อนน่ะสิ”

“แค่ได้เห็นท่านเพียงครู่เดียวก็เพียงพอแล้ว”

“แล้ว… ความปรารถของเจ้ามีแค่นั้นจริงๆ หรือ” เสียงแสนไพเราะที่สะกดใจเทวดาได้ทุกองค์ดังกระทบหู ส่งผ่านคลื่นที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้านอีกครา
ข้า… ปรารถนาในตัวท่าน

“เช่นนั้นก็ก้าวเข้ามา”

หวังเจี๋ยซีชะงักงัน ดูเหมือนเมื่อครู่นี้เขาจะยังไม่ได้กล่าวอะไร

หรือว่าท่านผู้นี่ สามารถอ่านใจได้?

“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกหวังเจี๋ยซี ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาข้าได้แล้ว”

หวังเจี๋ยซีค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาผู้ที่อยู่บนบัลลังก์
ยิ่งใกล้มากเท่าใด ก็ยิ่งรู้สึกถึงความร้อนที่แผดเผา แต่เขาก็ยังก้มหน้ามองพื้นแล้วก้าวไปทีละก้าว

ในที่สุดก็มาหยุดต่อหน้าผู้สร้างได้ เขามองเห็นปลายเท้าแสนสวย ขาวผุดผ่อง งดงามชวนให้อยากสัมผัส

“เงยหน้าขึ้นสิ แล้วถอดผ้าปิดตานั่นออกเสีย ให้ข้ามองตาเจ้า เทวดาที่น่ารักของข้า”
หวังเจี๋ยซีทำตามคำสั่งนั้น เมื่อเงยหน้า ดวงตาข้างขวาได้มองเห็นพระเจ้าชั่วเสี้ยววิ

เป็นบุรุษผู้งดงาม ดวงตาสีพันและหางตาชี้ตก เรือนผมไม่ได้เป็นสีทองดั่งที่เขาเคยจินตนาการ แต่กลับเป็นสีดำขลับ ซึ่งเข้ากับโครงหน้าอย่างดียิ่ง

เขาเก็บรายละเอียดได้เพียงเท่านั้น แล้วสิ่งที่ตามมา
คือความปวดแสบปวดร้อนแสนสาหัส ดวงตาข้างขวาของเขากลายเป็นเถ้าถ่านเสียแล้ว

หากเปิดดวงตาข้างซ้าย เชื่อว่าจะต้องกลายเป็นเถ้าถ่านเช่นกัน แล้วเขาก็จเกลายเป็นเทวดาที่ตาบอด

ทว่า…

จะร่วงหล่นอยู่แล้ว ยังต้องกลัวสิ่งใดกันเล่า

มิหนำซ้ำ แต่ได้เห็นเพียงชั่วครู่ ห้วใจของเขาก็กรีดร้อง
ผู้ทรงศักดิ์และสิทธิ์ ผู้สง่างามและบริสุทธิ์ เขาอยากสัมผัส แม้จะทำให้ท่านผู้นี้ต้องแปดเปื้อนก็ไม่คิดจะสนใจ

ความปรารถนาในใจของเขายิ่งขยายใหญ่ขึ้น สีดำบริเวณโคนปีกแผ่ขยาย จนปีกสีขาวพิสุทธิ์กลายเป็นสีดำทั้งหมด

หวังเจี๋ยซีไม่รับรู้ เพราะเมื่อถอดผ้าปิดตาแล้ว เขาก็เอาแต่จ้อง
ผู้ที่อยู่ตรงหน้า

เขาเหมือนจะเห็นแววตาตื่นเต้นดีใจ มือพลันเอื้อมออกไปโดยไม่รู้ตัว สัมผัสกับแก้มของผู้สร้าง

มันยังคงแสบร้อน แต่ไม่รุนแรงเท่าการจ้องเมื่อสักครู่

มือของเขายังไม่กลายเป็นเถ้าถ่าน?

หวังเจี๋ยซีสงสัยเพียงครู่หนึ่ง จากนั้นก็เลิกคิด เพราะเขาถูกดึงดูดด้วยริมฝีปากบาง
‘จูบสิ’

หวังเจี๋ยซีได้ยินเสียงในหัว จะเกิดจากความนึกคิดของเขาหรือเป็นเสียงจากบุรุษตรงหน้า หวังเจี๋ยซีก็ไม่สนใจอีกแล้ว

เขาประคองใบหน้างดงามเอาไว้แล้วแนบปากลงไป

ร้อนผ่าวแต่กลับทำให้รู้สึกดี รู้สึกดีมากจริงๆ

หวังเจี๋ยซีถูกลิ้นเล็กๆ ดุนที่ริมฝีปาก เขาจึงดันลิ้นของตน
ออกไปพัวพัน

เสียงคลื่นสั่นพ้องถึงจิตวิญญาณ

หวังเจี๋ยซียกเข่าข้างหนึ่งวางบนพื้นที่ที่เหลืออยู่บนบัลลังก์สีขาว ริมฝีปากยังไม่แยกห่างจากผู้เป็นเจ้านาย

เขารู้สึกอึดอัดที่ด้านล่าง แต่พอขยับตัวแล้วเสียดสีกับอีกฝ่ายโดยบังเอิญ เสียงครางก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน

ความรู้สึกเมื่อครู่นี้…
ดีมาก

อาภรณ์ที่คลุมร่างเริ่มหลุดออกทีละชิ้น ของฝ่ายหนึ่งเป็นสีขาว อีกฝ่ายเป็นสีดำ

หวังเจี๋ยซีไม่ทันสังเกตเพราะยังคงลุ่มหลงในสัมผัสนั้น ต่างจากอีกบุรุษที่มองผู้ร่วงหล่นด้วยความพอใจอย่างยิ่ง

***
หวังเจี๋ยซีกะพริบตาปริบๆ ก้มมองร่างในอ้อมกอดแล้วสะดุ้งเฮือก ความทรงจำค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามา

ตาขวาของเขาสลายเป็นเถ้าถ่านยามจับจ้องผู้สูงศักดิ์ จากนั้นความปรารถนาในตัวอีกฝ่ายก็พวยพุ่ง ไม่อาจรั้งไว้ได้อีกต่อไป เขาจุมพิตนายเหนือหัวของตน เสียดสีร่างกายเข้าหาผู้ที่อยู่บนบัลลังก์
ความสุขสมทำให้ลืมสิ้นทุกสิ่ง ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวจับจ้องผู้เป็นที่รักยิ่ง ยิ่งสัมผัสมากเพียงใดก็ไม่เพียงพอ ด้านล่างปวดร้าวจนแทบคลั่ง ได้เยินเสียงหัวเราะดังขึ้นข้างหู เขาถูกดันให้นั่งลงแทน มีท่านผู้นั้นอยู่เหนือร่าง มือเรียวงามสัมผัสเขา ความอ่อนนุ่มแสนพิสุทธิ์กลืนกินเขา
ทีละนิด ทำให้เขาลุ่มหลง เวียนว่ายอยู่ในคลื่นอารมณ์แห่งความสุขแสนบ้าคลั่ง

เขาพร่ำเรียกหานายท่าน กอบกุมสะโพกสอบและบั้นท้ายกลมกลึงเอาไว้ นัยน์ตาสีอำพันจ้องมองเขา ริมฝีปากทาบทับลงมาอีกครั้ง ทั้งหวานทั้งชุ่มฉ่ำ

ทั่วร่างร้อนผ่าวจนแทบไหม้ โดยเฉพาะจุดที่เชื่อมต่อกันจนแนบชิด
ความปรารถนาพวยพุ่งจากภายใน ไหลรินออกมาและทำให้อีกฝ่ายแปดเปื้อน กระนั้นเขากลับหยุดไม่ได้ ความสุขสมนี้ได้ลิ้มรสสักครั้งก็ทำให้เสพติดเสียแล้ว

เขาลุกขึ้นและกลายเป็นฝ่ายกระทำ กดร่างบอบบางนั้นลงบนที่นั่ง มองเห็นดวงดาราสีทองส่องประกาย เห็นมุมปากที่ยกขึ้นด้วยความพอใจ
แล้วเขาก็เข้าใจ ที่แท้อีกฝ่ายต้องการเช่นนี้ ต้องการสัมผัสความบ้าคลั่งของเขา

“เจี๋ยซี”

หวังเจี๋ยซีมัวแต่ตกอยู่ในภวังค์ แม้สายตาจะจับจ้องผู้ที่อยู่ในอ้อมกอด แต่กลับไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว

“นายท่าน...”

“ข้าบอกนามแก่เจ้าไปแล้วมิใช่หรือ”

“เยี่ยซิว”
เมื่อหวังเจี๋ยซีเอ่ยนามที่ตนเคยถูกสั่งให้เรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างสัมผัสแนบชิด เขาก็ได้รับจุมพิตที่มุมปากเป็นรางวัล

“เยี่ยซิว... นายท่าน” หวังเจี๋ยซีพึมพำแล้วดันต้นคออีกฝ่ายให้ใบหน้าเชิดขึ้น บดจูบสอดลิ้นอย่างช่ำชอง

“ช่างเป็นปีศาจที่มักมากเสียจริง”
“ข้าปรารถนาเพียงตัวท่าน” หวังเจี๋ยซีไม่คิดเอ่ยเถียง เขากลายเป็นปีศาจไปแล้ว ปีกกลายเป็นสีดำสนิท ผิวกายที่เคยขาวผ่องกลายเป็นสีคล้ำ หน้าผากมีเขาคู่หนึ่งงอกออกมา ดวงตาที่ไม่สมมาตร ข้างหนึ่งไร้แวว เป็นดั่งแก้วที่ขุ่นมัว อีกข้างกลายเป็นสีเทาเข้ม

เขาร่วงหล่นแล้วแต่กลับยังคงสติไว้ได้
สาเหตุเพียงเพราะสิ่งเดียว เขาปรารถนาในตัวผู้สร้าง ปรารถนามากเหลือเกิน

“ข้าเองก็รอเจ้ามานานเช่นกัน โลกที่มีผู้สูงสุดเพียงผู้เดียวช่างน่าเบื่อหน่ายนัก มาเถิด โอบกอดข้าเอาไว้ เติมเต็มข้า ให้ข้าได้สัมผัสทั้งหมดของเจ้า หวังเจี๋ยซี”

***
เยี่ยซิวถือกำเนิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า ต่อมาจึงเรียนรู้ว่าตนสามารถรังสรรค์ได้ทุกสิ่ง ทว่าการอยู่เพียงลำพังช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก

เยี่ยซิวเริ่มสร้างสิ่งมีชีวิตเท่าที่ตนนึกออก พวกมันเติบโต จับคู่ ออกลูกออกหลาน ทว่าเขากลับยังเดียวดาย จึงลองสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้าง
คล้ายตนขึ้นมา ทว่าไม่ประสบความสำเร็จนัก ไม่ว่าจะสร้างสักกี่ครั้ง ทุกคนก็เป็นเหมือนกัน คือไม่อาจเข้าใกล้เขาได้ มิฉะนั้นจะกลายเป็นเถ้าถ่าน

เยี่ยซิวเรียกสิ่งมีชีวิตที่ตนสร้างว่าเทวดา มอบความรู้และความสามารถในการพัฒนาตนเองให้

เหล่าเทวดาเทินทูนเขาเป็นนายเหนือหัว
เรียกเขาว่าพระเจ้าบ้าง ผู้สร้างบ้าง

แต่แม้จะมีเทวดาสักกี่องค์ เยี่ยซิวก็ยังรู้สึกเดียวดาย พอมาเขาจึงพบว่าเทวดาที่ตนสร้างบางองค์เริ่มเปลี่ยนแปลงไป หรือถูกเรียกว่า ‘การร่วงหล่น’ ดูเหมือนจะเป็นเพราะเขาสร้างให้เทวดาสามารถวิวัฒน์ได้

หัวใจของเยี่ยซิวกลับเต้นแรง
คาดหวังให้มีใครสักคนก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้ เพราะหากมีพลังเทียบเคียงเขาก็มีแนวโน้มว่าจะสัมผัสเขาได้

จนกระทั่งเทวดาองค์หนึ่งถือกำเนิดขึ้น ผู้มีดวงตาที่ผิดแผก เยี่ยซิวเฝ้ามองอยู่เงียบๆ ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่เขาสัมผัสถึงความแตกต่าง บางทีอาจเป็นความไม่สมบูรณ์แบบนั้น
อาจเป็นจากขั้นตอนการถือกำเนิดที่ผิดพลาด หรือไม่ก็อาจจะเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่ใช่เทวดา

เยี่ยซิวจึงให้ความสำคัญกับหวังเจี๋ยซีเป็นพิเศษ ยิ่งเฝ้ามองก็ยิ่งรู้สึกถึงความปรารถนา เป็นเหมือนกระแสพลังที่แผ่ออกมา

พลังสีดำที่แข็งแกร่ง ทว่ากลับยังไม่สุกงอม

ทุกครั้งที่หวังเจี๋ยซีคุกเข่าต่อหน้า
เยี่ยซิวสังเกตว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ ยิ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าพลังของหวังเจี๋ยซีเพิ่มขึ้นได้ ต่างจากเทวดาองค์อื่นๆ และพลังที่เพิ่มขึ้น แปรผันตามจำนวนครั้งที่อีกฝ่ายมาพบเขา

เยี่ยซิวจึงไม่เคยเบื่อเหนื่อยที่ได้มองเทวดาองค์นี้ แม้จะคุกเข่าต่อหน้าเขาด้วยท่วงท่าเดิมๆ
แต่พลังที่แผ่ออกมาช่างแปลกประหลาดนัก ให้ความรู้สึกที่อบอุ่น ทว่ากลับเหมือนมีความบ้าคลั่งแฝงอยู่

เยี่ยซิวคิดว่าตนตกหลุมรักเข้าเสียแล้ว เขาปรารถนาในตัวหวังเจี๋ยซี แม้กระทั่งยามพักผ่อนก็ยังนึกถึงอีกฝ่าย แล้วเขาก็พบว่าบางครั้งตัวเองก็ควบคุมร่างกายไม่ได้
ธาราสีขาวหลั่งริน พร้อมกับกระแสแห่งความสุขที่แล่นผ่านร่าง

เพียงนึกถึงยังให้ความรู้สึกดีเช่นนี้ หากได้สัมผัสเล่า?

***

ในที่สุดวันที่หวังเจี๋ยซีร่วงหล่นก็มาถึง แต่พลังกลับยังไม่ทัดเทียมเขา เยี่ยซิวนึกหงุดหงิดใจ แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะรอ

เมื่อหวังเจี๋ยซีเอ่ยปากขอจ้องมองเขา
เยี่ยซิวดีใจมากแต่ก็กังวลมากเช่นกัน เขาอยากรู้เหลือเกินว่าหวังเจี๋ยซีคิดสิ่งใด เหตุใดจึงปรารถนาที่จะมองเขา ต้องการเพียงแค่นั้นจริงๆ หรือ ดังนั้นจึงเอ่ยถามออกไป

อีกฝ่ายไม่ได้กล่าวสิ่งใด แต่คลื่นความคิดนั้นพุ่งตรงสู่เขาทันที

‘ข้า... ปรารถนาในตัวท่าน’

เยี่ยซิวอดทนไม่ไหวอีกต่อไป
ต่อให้หวังเจี๋ยซีปฏิเสธ เขาก็ไม่ยินยอมอีกแล้ว เขาต้องการหวังเจี๋ยซี ต้องการมากเหลือเกิน

ยามเมื่อดวงตาข้างขวาของหวังเจี๋ยซีกลายเป็นเถ้าถ่าน คลื่นพลังดำมืดก็แผ่กระจายออกมา กระทบร่างของเยี่ยซิว ทำให้เขาสั่นสะท้าน ประหนึ่งคลื่นเสียงที่แตกต่างแต่กลับสั่นพ้องเข้าหากันได้
กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว

ใช่จริงๆ ด้วย ผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ของเขา อีกครึ่งหนึ่งที่จะเติมเต็มชีวิตที่เปล่าเปลี่ยวของเขา

หวังเจี๋ยซี

อีกฝ่ายเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าของเขา เยี่ยซิวเลียริมฝีปากแล้วออกคำสั่ง

เขาอยากชิมรสชาติของหวังเจี๋ยซีมานานแล้ว
แม้จะเป็นการสัมผัสกันครั้งแรก แต่เยี่ยซิวก็รับรู้โยสัญชาตญาณว่าต้องทำสิ่งใด

เทวดา ไม่สิ ปีศาจ... ปีศาจของเขา เจี๋ยซีของเขายังอ่อนวัยและเงอะงะเกินไป

เยี่ยซิวดันในอีกฝ่ายนั่งลงบนบัลลังก์ที่แสนอ้างว้าง แต่เขาจะไม่ปล่อยให้หวังเจี๋ยซีเดียวดายอย่างแน่นอน
เขาใช้ความร้อนของตนกลืนกินหวังเจี๋ยซีเอาไว้

ขณะที่คิดว่านั่นเป็นความสุขล้ำลึกแล้ว กลับพบว่ามีสิ่งที่ดีมากกว่านั้นอีก

ส่วนหนึ่งของหวังเจี๋ยซีสัมผัสใจกลางของเขา ทำให้เขากรีดร้อง ความคิดใดๆ ล้วนหายไปหมดสิ้น หลงเหลือเพียงคลื่นอารมณ์แสนวาบหวาม
เยี่ยซิวปรือตา ส่งเสียงครางที่ฟังไม่ได้

ใช่แล้ว มีเพียงบุรุษตรงหน้าที่ทำให้เขาควบคุมร่างกายของตนเองไม่ได้ ความปรารถนาที่ถูกถ่ายทอดเข้ามา เสมือนน้ำทิพย์ที่ทำให้เขาเห็นสีสัน เห็นความงดงามของการมีชีวิตอยู่

(จบแย้ว)
Missing some Tweet in this thread? You can try to force a refresh.

Enjoying this thread?

Keep Current with ลาอิ อยากนอนเฉยๆ ทุกวัน

Profile picture

Stay in touch and get notified when new unrolls are available from this author!

Read all threads

This Thread may be Removed Anytime!

Twitter may remove this content at anytime, convert it as a PDF, save and print for later use!

Try unrolling a thread yourself!

how to unroll video

1) Follow Thread Reader App on Twitter so you can easily mention us!

2) Go to a Twitter thread (series of Tweets by the same owner) and mention us with a keyword "unroll" @threadreaderapp unroll

You can practice here first or read more on our help page!

Follow Us on Twitter!

Did Thread Reader help you today?

Support us! We are indie developers!


This site is made by just three indie developers on a laptop doing marketing, support and development! Read more about the story.

Become a Premium Member ($3.00/month or $30.00/year) and get exclusive features!

Become Premium

Too expensive? Make a small donation by buying us coffee ($5) or help with server cost ($10)

Donate via Paypal Become our Patreon

Thank you for your support!