ถ้าพูดชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องย่ำยีผู้หญิงในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คงไม่พ้นนักรบซามูไร เห็นได้จากวีรกรรม The Rape of Nanking ข่มขืน ทารุณและสังหารหญิงชาวจีนราว 2 หมื่นคน

หญิงบำเรอ (comfort women) คือคำเเรียกผู้หญิงที่ถูกใช้บำเรอหรือปรนนิบัติทหารญี่ปุ่น (1)
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้หญิงเหล่านี้มาจากดินแดนที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครอง นับตั้งแต่ช่วงเริ่มขยายจักรวรรดิจนถึงช่วงสงครามโลก (1905-1945) ด้วยวิธีการล่อลวง อาศัยสภาวะข้าวยากหมากแพงอันเกิดจากสงครามหลอกลวงผู้หญิงที่มีฐานะยากจนว่าจะให้ทำงานโรงงานและโรงพยาบาล (2)
และอีกหนทางหนึ่งคือการกวาดต้อน ฉุดคร่า บังคับให้มาเป็นนางบำเรอทหาร ผู้หญิงราวสองแสนคนถูกส่งตัวเข้าไปใน ‘สถานีบำเรอ’ (comfort station) ที่ทางกองทัพญี่ปุ่นได้ตั้งขึ้นในประเทศอาณานิคม เช่น จีน เกาหลี ไต้หวันหรือแม้แต่ไทยเพื่อให้ความสำราญแก่ทหารญี่ปุ่นในพื้นที่สงคราม (3)
Jan Raff-O'Hearn เหยื่อชาวดัตซ์ เปิดเผยว่า "ฉันถูกเข้าเรียงคิวข่มขืนทั้งวันทั้งคืน มีหมอทหารที่มาเยี่ยมค่ายก็แวะมาข่มขืนฉันด้วย ทั้งๆที่มาตรวจโรคติดต่อเพศสัมพันธ์"
นอกจากนี้ความป่าเถื่อนของทหารญี่ปุ่นก็ไม่เว้นกับสตรีตั้งครรภ์ ในภาพคือคุณป้าที่ถูกข่มขืนขณะตั้งครรภ์ (4)
เมื่อไม่นานมานี้นักวิชาการเกาหลีใต้ได้เผยแพร่คลิปที่เป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก วิดีโอคลิปนี้ถูกบันทึกได้จากมณฑลยูนาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 1944 ในคลิปคือศพของหญิงเกาหลีจำนวน 10 คน สภาพเปลือยเปล่าถูกทิ้งกองรวมกันและมีทหารชาวจีนคอยฝังร่างเธอ (5)
ปัจจุบัน...ประเทศที่เป็นเหยื่อสงครามของญี่ปุ่น ก็ได้ต่างออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม และความรับผิดชอบจากรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นเองก็ได้ชดใช้ให้แก่เหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าประวัติศาสตร์จะผ่านไปแต่ร่องรอยแห่งความเจ็บปวดยังคงอยู่กับผู้ที่ถูกกระทำยากที่จะลืมเลือน (6)

• • •

Missing some Tweet in this thread? You can try to force a refresh
 

Keep Current with ℐℯ 𝓈𝓊𝒾𝓈 ℙ𝕌𝕋ℍ

ℐℯ 𝓈𝓊𝒾𝓈 ℙ𝕌𝕋ℍ Profile picture

Stay in touch and get notified when new unrolls are available from this author!

Read all threads

This Thread may be Removed Anytime!

PDF

Twitter may remove this content at anytime! Save it as PDF for later use!

Try unrolling a thread yourself!

how to unroll video
  1. Follow @ThreadReaderApp to mention us!

  2. From a Twitter thread mention us with a keyword "unroll"
@threadreaderapp unroll

Practice here first or read more on our help page!

More from @puthpianista

14 Sep
จากหลักฐานประวัติศาสตร์คาดว่า...ขันทีมีต้นกำเนิดมาจาก เมืองละกาสช์ ในเมโสโปเตเมีย ราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในวัฒนธรรมตะวันตก จะเรียกขันทีว่า ยูนุก (Eunuch) ซึ่งมาจากรากศัพท์ภาษากรีกคำ ว่า ยูโนคอส (eunouchos) ที่แปลว่า ผู้ดูแลรักษาเตียง (1)
สำหรับเอเชีย “ขันที มีรากศัพท์มาจากคำภาษาสันสกฤตว่า “ขัณฑะ” แปลว่า ตัด เป็นคำเรียกผู้ชายซึ่งถูกตอน หรือตัดอวัยวะเพศ ตรงกับคำในภาษาจีนว่า “ไท้ก่ำ” เอกสารเก่าสมัยอยุธยาบางทีก็ใช้คำว่า “ขัณฑี” แปลว่าผู้ถูกตัดนั้นเอง”

ขันที มี 2 แบบคือแบบตัดแค่ปลายกับตัดทั้งดุ้น (2)
แบบแรกคือ โดนตัดแค่ปลายองคชาตเท่านั้น ทำให้ยังเหลือฮอร์โมนเพศชายอยู่ เสียงยังห้าวเหมือนเดิม พวกนี้จะทำงานได้เฉพาะเขตพระราชฐานชั้นนอกเท่านั้น
อีกแบบคือ ถูกตัดทิ้งทั้งดุ้นทำให้ฮอร์โมนเพศชายหมดไป เสียงแหลมเล็กเหมือนผู้หญิง ลูกกระเดือกหาย พวกนี้จะปฏิบัติงานในเขตพระราชฐานชั้นใน (3)
Read 6 tweets
10 Sep
คนไทยสมัยโบราณไม่ได้นิยมฟันขาวเหมือนคนสมัยนี้ นิโกลาส์ แชร์แวส (Nicolas Gervaise) นักเดินทางชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ผลงานบันทึกของเขาเรื่องประวัติศาสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่ง ราชอาณาจักรสยาม (Histoire Naturelle et POlitique du Royaume de Siam) (๑)
บันทึกไว้ในบทที่ 7 เรื่องการย้อมฟัน (ให้ดำ) ของคนไทยว่า “สิ่งที่ผู้หญิงสยามไม่อาจทนดูพวกเราได้ ก็คือตรงที่พวกเรามีฟันขาว เพราะพวกนางเชื่อกันว่า ภูตผีปิศาจเท่านั้นมีฟันขาว และเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่มนุษย์จะมีฟันขาวเหมือนสัตว์เดรัจฉาน” (๒)
ฉะนั้น พออายุได้ 14-15 ปี ก็จะเริ่มทำให้ฟันดำและเป็นเงาโดยวิธีการดังนี้ เมื่อเลือกบุคคลที่จะประกอบพิธีนี้ได้แล้ว เขาก็จะให้นอนหงายเอาหลังลงพื้น และให้นอนแช่อยู่เช่นนี้ 3 วันตลอดเวลาที่พิธีการดำเนินอยู่ ชั้นแรกชำระล้างฟันด้วยมะนาวแล้วใช้น้ำยาชนิดหนึ่งถูขัดจนกระทั่งมีสีแดง (๓)
Read 7 tweets
9 Sep
10 พฤษภาคมทุกปีคือ “วันปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ” สืบเนื่องมาจากโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงงานเคเดอร์ผลิตตุ๊กตาและของเด็กเล่น จ.นครปฐม ต้นเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ เกิดจากความประมาทของพนักงานคนหนึ่งที่สูบบุหรี่ในโรงงานแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นที่เกลื่อนด้วยเศษวัสดุที่ใช้ผลิตตุ๊กตา
จนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นจากชั้นล่างและลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในโรงงานมีผ้าซึ่งเป็นวัสดุไวไฟจำนวนมาก คนงานหนีตายอย่างอลหม่าน พยายามเบียดเสียดยัดเยียดกันออกจากอาคารจนเหยียบกันตายในระหว่างหาทางหนีไปจากอาคารที่กำลังถูกเพลิงนรกเผาผลาญ บางส่วนพยายามกระโดดหนีจนตกลงมาเสียชีวิต
เคราะห์ร้ายคนงานชั้นบนยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณเตือนภัยและเสียงจักรเย็บผ้ากลบเสียงภายนอกของห้องปรับอากาศ ทำให้หนีได้ช้ากว่าคนข้างล่าง เมื่อไฟไหม้ได้ราว 15 นาที อาคารก็ถล่มลงมาทั้งหลังจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 188 คน บาดเจ็บอีก 469 คน
Read 5 tweets
6 Sep
ว่าด้วยเรื่องการอาบน้ำของคนไทยในยุคโบราณนานมา จากการบันทึกของ ซีมง เดอ ลาลูแบร์ (Simon de La Loubère) ปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พ.ศ.๒๒๓๐
"วิธีอาบน้ำ ๒ อย่าง วิธีหนึ่งลงไปแช่น้ำ อีกวิธีหนึ่งใช้ขันตักน้ำรดร่างกาย"
"การรักษาความสะอาดฟันแล้วผม ชาวสยามรักษาเอาใจใส่ฟันมากแม้จะย้อมดำแล้วก็ตาม เขาสระผมด้วยน้ำและใส่น้ำมันจันทร์ ทำนองเดียวกับชาวสเปนและไม่ผัดแป้งเลย ชาวสยามหวีผม หวีมาจากประเทศจีน ชาวสยามถอนเคราซึ่งมีอยู่หรอมแหรม แต่ไม่ทำเล็บเลย เก่งแต่รักษาให้สะอาด"
การอาบน้ำอาบท่ามีมาแต่ไหนแต่ไร ชาวบ้านทั่วไปจะลงอาบน้ำในคลอง หรืออาบที่ท่าน้ำทั้งส่วนตัวและสาธารณะ จึงเป็นที่มาของคำว่า "อาบน้ำอาบท่า" นั่นเอง อุปกรณ์ที่ใช้ในการอาบน้ำมักเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ดินสอพอง ใยบัว ไพรมะกรูด ลูกประคำดีควาย
Read 6 tweets
31 Aug
วัฒนธรรมการกินหมาก สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยอโยธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เรียกว่าเป็นแฟชั่นของคนในยุคนั้น เป็นที่นิยมทุกเพศทุกวัยและทุกชนชั้น โดยมีความเชื่อว่า ฟันดำถือเป็นที่นิยมมาก ดังมีคำกล่าวที่ว่า ขอให้ฟันดำเหมือนลูกหว้า และขอให้ปัญญาเหมือนพระมโหสถ Image
พระมโหสถ ด้วยเหตุนี้ใครๆ จึงมีหมากพลูติดตัว โดยการจีบพูลใส่ซอง และจีบหมากใส่ถุงติดตัวเวลาไปไหนมาไหน นึกอยากหยิบกินก็ทำได้สะดวกไม่ต้องระวังใคร นอกจากนี้ หมากพลูยังเป็นสัญลักษณ์ของความนับถือและมิตรภาพ

แต่ในมุมมองของชาวตะวันตกที่มาเยือนประเทศมองเรื่องฟันดำว่า.... Image
นิโกลาส แชรแวส สมัยสมเด็จพระนารายณ์ บันทึกไว้ในบทที่ 7 เรื่องการย้อมฟัน (ให้ดำ) ของคนไทยว่า สิ่งที่ผู้หญิงสยามไม่อาจทนดูพวกเราได้ ก็คือตรงที่พวกเรามีฟันขาว เพราะพวกนางเชื่อกันว่า ภูตผีปิศาจเท่านั้นมีฟันขาว และเป็นเรื่องที่น่าอับอายที่มนุษย์จะมีฟันขาวเหมือนสัตว์เดรัจฉาน Image
Read 7 tweets
18 Aug
ปี 2479 เกาะตะรุเตา จ.สตูล เคยเป็นสถานที่จองจำนักโทษซึ่งเรียกได้ว่ามีความโหดร้ายอีกแห่งหนึ่งของไทย "คุกตะรุเตา" อยู่กลางทะเลลึกห่างไกลฝั่ง ในทะเลชุกชุมไปด้วยฉลาม ตามคลองมีจระเข้ไม่ค่อยมีเรือแล่นผ่าน ทะเลมีคลื่นจัด ลมแรง เป็นกำแพงคุกธรรมชาติป้องกันการหลบหนีของนักโทษได้อย่างดี Image
คุกตะรุเตาใช้ขังนักโทษการเมือง กบฎ และนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ แรกเริ่มมีนักโทษจำนวน 500 คนจนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็น 3000 คน และการลงโทษของนักโทษที่นี่ขึ้นชื่อว่าโหดร้ายตั้งแต่ให้ทำงานหนัก ขนหิน ลดอาหาร จับใส่โซ่ตรวน ยืนตากแดด 10-15 วัน ถ่วงสมอบก เฆี่ยนและทุบตี ImageImage
สำหรับการลงโทษโดยการถ่วงสมอบกนั้นเป็นการตีตรวนขนาดใหญ่ที่สุด ผูกติดกับตัวสมอที่ทำด้วยท่อนไม้ซุงใหญ่ โซ่มีความยาวพอที่นักโทษจะยกท่อนไม้แบกขั้นบ่าได้เวลาจะเดิน พอหยุดเดินยกสมอลงวางพื้น จะถูกตรึงอยู่ในรัศมีของโซ่ที่ล่ามเหมือนเรือที่ถูกวางสมอ ภายหลังท่อนไม้ซุงได้เปลี่ยนมาเป็นซีเมนต์ ImageImage
Read 7 tweets

Did Thread Reader help you today?

Support us! We are indie developers!


This site is made by just two indie developers on a laptop doing marketing, support and development! Read more about the story.

Become a Premium Member ($3/month or $30/year) and get exclusive features!

Become Premium

Too expensive? Make a small donation by buying us coffee ($5) or help with server cost ($10)

Donate via Paypal Become our Patreon

Thank you for your support!

Follow Us on Twitter!