HuixianHuang Profile picture
Oct 8 37 tweets 6 min read
ครั้งหนึ่งในชีวิตกับการสักการะพระเขี้ยวแก้ว

พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบและมัลดิฟส์

ถ้าจะหาประเทศใดที่มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งและยาวนานในประวัติศาสตร์กับประเทศไทย
ศรีลังกาน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น
เป็นความสัมพันธ์ทางด้านศาสนาในฐานะประเทศนับถือพุทธศาสนาเถรวาทด้วยกัน
2. กล่าวคือนับตั้งแต่ได้มีการนิมนต์พระสงฆ์ศรีลังกาจากนครศรีธรรมราชขึ้นมาสุโขทัยและเผยแพร่พุทธศาสนา
จนเกิดคำว่าลังกาวงศ์ และในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาที่มีการส่งพระธรรมทูตสยามไปรื้อฟื้นการบวชพระศรีลังกาที่เมืองแคนดีจนเกิดคำว่าสยามวงศ์ในศรีลังกา
ก็เป็นเวลา 261 ปีมาแล้วทำให้ศรีลังกา
3.ยังคงเป็นพุทธมาจนทุกวันนี้
ในปี 2556 ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันฉลองวาระสำคัญการครบรอบ 260 ปีของการก่อตั้งสยามวงศ์ในศรีลังกา โดยมีกิจกรรมสำคัญมากมายตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนศรีลังกาของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯ

(อาคารประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว)
4. การเยือนของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง การจัดงานฉลองวาระดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งในศรีลังกาและในประเทศไทย อาทิ การแสดงละคร การจัดนิทรรศการและการสัมมนาที่แคนดี การจัดทำหนังสือการ์ตูนประวัติและผลงานของพระอุบาลี การจัดนิทรรศการพระอุบาลีที่พิพิธภัณฑ์สยาม
5. ตลอดจนการจัดทำพิพิธภัณฑ์ถาวรพระอุบาลี ณ วัดธรรมาราม อยุธยา ล้วนเป็นสิ่งที่ยืนยันความสำคัญของความสัมพันธ์ด้านศาสนานี้ และในปี 2558 ที่จะถึงนี้ ก็จะครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกา

(ภาพข่าวจาก Onlanka News วันที่ 20 สิงหาคม 2013)
6. ก็จะเป็นอีกวาระหนึ่งที่จะแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการที่แนบแน่นนี้

พระเขี้ยวแก้วแห่งวัด Sri Dalada Maligawaหรือวัดพระเขี้ยวแก้วเมืองแคนดีถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศศรีลังกา เป็นศูนย์รวมหัวใจของชาวพุทธศรีลังการวมทั้งชาวพุทธทั่วโลกด้วย
7. ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า เจ้าชายทันตกุมาร และเจ้าหญิงเหมลา แห่งแคว้นกาลิงคะ ในอินเดีย ได้แอบซ่อนพระธาตุเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นพระเขี้ยวด้านซ้ายของพระพุทธเจ้าไว้ในมวยผม หนีไปยังเกาะลังกาตามพระบัญชาของพระบิดา

(ภาพข่าวจาก Onlanka News วันที่ 20 สิงหาคม 2013)
8. คือ พระเจ้าคุหเสวราช ในช่วงปี พ.ศ.913 พระเขี้ยวแก้วจึงได้ไปประดิษฐานอยู่ในศรีลังกาตั้งแต่ยุคสมัย Anuradhapura และ Polonnaruwa จนสุดท้ายในยุคสมัยอาณาจักรแคนดีเป็นเมืองหลวง ได้ถูกนำมาประดิษฐาน ณ วัดพระเขี้ยวแก้วจนถึงทุกวันนี้

แม้จะไปประจำการที่ศรีลังกาตั้งแต่ปี 2555
9. ในฐานะเอกอัครราชทูตจากประเทศไทย มิตรประเทศที่ใกล้ชิดและยาวนานแต่ที่ผ่านมาช่วงปีกว่าผมก็ได้เพียงแต่ไปกราบสักการะพระเขี้ยวแก้วในห้องกระจกหลายครั้งหลายคราและเนื่องจากเป็นทูตประเทศไทยนี่เองก็จะได้รับสิทธิพิเศษให้ไหว้สักการะได้นานเป็นพิเศษ
10. เรียกว่าผมสวดมนต์จบไปหลายรอบก็ไม่มีใครว่าอะไร ทูตไทยมักได้รับความเมตตาพิเศษจากสังฆราชหรือมหานายะกะสยามวงศ์ทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นมัลลวัตตะหรืออัสคิริยะ แต่ผมก็ยังไม่เคยได้เห็นพระเขี้ยวแก้วองค์จริงๆ ในเจดีย์ทองเพราะการเปิดพระเขี้ยวแก้วองค์จริงนั้นจะเปิดเป็นกรณีพิเศษ เท่านั้น
11. ผมเคยคิดว่าคงไม่มีโอกาสแล้วเพราะอยู่ในช่วงที่ไม่มีการเปิดให้ชมซึ่งก็ทำใจเอาไว้แล้วว่าคงไม่มีโอกาสแต่ก็นึกเสมอว่าการได้แค่กราบสักการะพระเขี้ยวแก้วอย่างใกล้ชิดหน้าห้องกระจกที่บรรจุองค์พระเขี้ยวแก้วในพระเจดีย์ทองนั้นก็ถือว่าเป็นบุญสุดในชีวิตแล้ว
12.แต่แล้วเหมือนจะมีบุญเก่าอยู่บ้าง เพราะ1เดือนก่อนเกษียณอายุราชการในกันยายน 2556 มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นคือการเสด็จพระราชดำเนินเยือน ศรีลังกาอย่างเป็นทางการของกรมสมเด็จพระเทพฯ ระหว่างวันที่ 18-22 สิงหาคม 2556 โดยทรงเป็นแขกเชิญพิเศษของประธานาธิบดีศรีลังกา
13. เปิดให้ทอดพระเนตรเป็นพิเศษ

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเป็นแขกเกียรติยศของประธานาธิบดีศรีลังกา Mahinda Rajapaksa เพื่อร่วมพิธีแห่พระเขี้ยวแก้วในวันสุดท้ายที่เรียกว่า Randoli Perahera หรือเรียกสั้นๆ ว่าเปราเฮรา คือวันที่ 20 สิงหาคม 2556 ซึ่งตามปรกติคือวันสุดท้ายของพิธีแห่
14. ซึ่งจะมีขบวนช้างและการแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จากนั้นอีกหนึ่งวันคือ 21 สิงหาคมจะเป็นพิธีการตัดน้ำWater Cutting Ceremony "Diya Kepeema" (ไม่มีขบวนแห่ช้าง)
และในวันที่ 22 สิงหาคม หากจะมีการเปิดเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วให้กรมสมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรเป็นกรณีพิเศษก็จะเปิดได้
15.ก็ช่วงบ่ายของวันที่ 22 สิงหาคมไปแล้ว เพราะต้องมีการเตรียมการพอสมควร อย่างไรก็ดี ปัญหาก็คือ
ตามหมายกำหนดการในวันที่ 22 สิงหาคม 2556 ช่วงบ่าย พระองค์จะต้องเสด็จฯ ออกจากศรีลังกาไปเยือนมัลดิฟส์แล้ว ฝ่ายศรีลังกาคงไม่สามารถเปลี่ยนกฎนี้ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาช้านาน
16. และก็ไม่เคยเปลี่ยนให้ใครเข้าชมก่อนเป็นกรณีพิเศษด้วย
ถึงตอนนี้ผมคิดในใจว่างั้นก็คงไม่สามารถจัดให้ทอดพระเนตรได้แล้ว ก็คงมีแต่หมายกำหนดการเสด็จฯ กราบสักการะพระเขี้ยวแก้วอย่างใกล้ชิดในห้องกระจกเท่านั้น ซึ่งฝ่ายไทยก็ไม่ได้ติดใจ เนื่องจากการเสด็จฯ ไปร่วมพิธีแห่พระเขี้ยวแก้ว
17. หรือเปราเฮราถือว่าเป็นจุดประสงค์สำคัญของการเสด็จเยือนครั้งนี้

อย่างไรก็ดี ในวันที่ 20 สิงหาคม 2556 ก่อนที่จะถึงพิธีแห่พระเขี้ยวแก้ววันสุดท้ายในตอนค่ำ มีหมายกำหนดการเยือนวัดพระเขี้ยวแก้ว

18. โดยประธานาธิบดีศรีลังการอรับเสด็จฯ ซึ่งก็ทราบมาแล้วว่าเพื่อทรงสักการะพระเขี้ยวแก้วในตู้กระจกเท่านั้นโดยไม่มีการเปิดให้ทอดพระเนตรพระเขี้ยวแก้ว แต่เมื่อเสด็จฯ ถึงวัดพระเขี้ยวแก้ว ปธน.ได้นำสมเด็จพระเทพฯ เสด็จขึ้นไปยังห้องประดิษฐานพระเขี้ยวผมและคณะผู้ติดตามเดินตามติดๆ
19.เข้าไปในห้องกระจก ผมได้รับการกระซิบจากปลัดกระทรวงการต่างประเทศศรีลังกา(Karuna Amunukama)ว่าจะมีการเปิดเจดีย์พระเขี้ยวแก้วให้ทอดพระเนตรเป็นกรณีพิเศษจริงๆในห้องกระจกที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วนั้น ผมเห็นพระสังฆราชสยามวงศ์ฝ่ายมัลลวัตตะและอัสกิริยะทั้งสององค์ยืนรอรับเสด็จอยู่ในห้อง
20. ณ เบื้องหน้า ผมเห็นพระเขี้ยวแก้วตั้งอยู่ในพานมีกลีบดอกไม้วางรอบด้าน ไม่มีเจดีย์ทองให้เห็น นั่นก็หมายความว่าศรีลังกาเปิดให้ทอดพระเนตรพระเขี้ยวแก้วเป็นกรณีพิเศษจริงๆ
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ เข้าไปกราบสักการะพระเขี้ยวแก้ว พระองค์ทอดพระเนตรพระเขี้ยวแก้ว เสร็จแล้วก็ถอยออกมา
21. ผมได้รับการเชิญให้เข้าไปสักการะเป็นลำดับถัดมา ผมสวดคาถาหัวใจพระพุทธเจ้าเช่นทุกครั้ง ที่ได้มีโอกาสกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศรีลังกา เหลือบมององค์พระเขี้ยวแก้วนิดนึง ก่อนจะถอยออกมาเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นในคณะ นับเป็นบุญสูงสุดของชีวิต
22. และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ ได้พึ่งพระบารมีสมเด็จพระเทพฯ ทำให้มีโอกาสได้ชมพระเขี้ยวแก้วอย่างใกล้ชิดและด้วยตาเปล่าเช่นนี้

ต้องถือว่าการเปิดพระเขี้ยวแก้วให้กรมสมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรครั้งนี้เป็นสิ่งที่ฝ่ายศรีลังกาจัดโดยไม่ได้บอกและยืนยันล่วงหน้าซึ่งถือว่า
23. เป็นการถวายพระเกียรติให้อย่างสูงสุดอย่างที่ไม่เคยปฏิบัติมาก่อน

พระเขี้ยวแก้วมีลักษณะอย่างไร

การได้กราบสักการะพระเขี้ยวแก้วถือว่าเป็นบุญสูงสุดสำหรับชาวพุทธ และการที่จะได้เห็นพระเขี้ยวแก้วองค์จริง ก็ยิ่งยากและเป็นบุญเหลือเกิน ผู้คนถามผมเสมอว่าเคยเห็นพระเขี้ยวแก้วแล้ว
24. มีลักษณะอย่างไรบ้าง ผมคิดว่าในเมื่อตัวเองโชคดีที่มีโอกาสได้เห็นกับตา จึงอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟังเพื่อเผื่อแผ่ให้กัลยาณมิตรและคนอื่นได้รับทราบด้วย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เมื่อเสด็จประพาสลังกาทวีปเมื่อ พ.ศ.2440
25.ว่า“สัณฐานพระทันตธาตุก็ไม่ผิดอันใดกับที่จำลองนัก แต่จะเป็นด้วยเก่า หรือด้วยจะเป็นสีดอกพิกุลแห้ง จึงได้มีสีคล้ำมัวเหมือนงาที่ทำเครื่องมืออันใช้เก่า ๆ แต่ไม่เป็นสีเดียวเสมอกัน”

finearts.go.th/nakhonsithamma…
26. เนื่องจากการเข้าสักการะพระเขี้ยวแก้ว มีกฎที่เคร่งครัดไม่สามารถถ่ายภาพออกมาให้ชมได้ ผมจึงค้นภาพพระเขี้ยวแก้วที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตก็พบว่ามีมากมายหลายภาพ ทั้งพระเขี้ยวแก้วที่แคนดีและที่จีน หากผมยังไม่เคยเห็นพระเขี้ยวแก้ว ผมก็คงได้แต่ชมภาพเจดีย์ทองคำที่มีสายสร้อยมากมาย
27. คลุมอยู่เท่านั้น โดยไม่รู้ว่าพระเขี้ยวแก้วองค์จริงข้างในเป็นอย่างไร แต่เนื่องจากเคยเห็นแล้วจึงสามารถระบุได้ว่าในบรรดาภาพทั้งหมดในอินเตอร์เน็ตนั้น ภาพที่ใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นภาพนี้

ภาพพระเขี้ยวแก้ว

พระเขี้ยวแก้วองค์ที่ผมเห็นมีลักษณะดังนี้
28.“เป็นแท่งรูปทรงคล้ายงาช้าง ขนาดประมาณนิ้ว (นิ้วที่ใหญ่) สีเหลืองอ่อน มันแววคล้ายแท่งหินอ่อน”

ผมคิดว่าได้พยายามอธิบายตรงและชัดเจนให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ภาพพระเขี้ยวแก้วองค์จริงยังคงติดอยู่ในใจ และผมก็ดีใจที่ได้บอก แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ครั้งนี้ก็คือ
29. ในที่สุดแล้ว การได้เห็นพระเขี้ยวแก้วองค์จริงหรือไม่ได้เห็นนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ อยู่ที่ศรัทธาของเรามากกว่า
เช่นหากจะกล่าวว่าหากได้พบพระพุทธองค์ที่เป็นองค์เป็นจริงๆ จึงจะนับถือพระพุทธเจ้า ก็คงไม่ใช่ ผมคิดว่าเรานับถือ ศรัทธาในพระพุทธองค์ก็ในความเป็นพระพุทธองค์ ที่เป็นผู้รู้
30. ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
มีพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเหลือ เราศรัทธาในคำสอนของพระพุทธองค์ ดังนั้นแม้พระองค์ไม่อยู่แล้ว คำสอนของพระองค์ก็ยังอยู่ พระบรมสารีริกธาตุของพระองค์รวมทั้งพระเขี้ยวแก้ว ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นเดิมก็ยังอยู่ที่ศรีลังกา สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งรวมทั้ง
31. สถานที่พระพุทธองค์เคยเสด็จฯก่อนปรินิพพานในอินเดียและศรีลังกาก็ยังอยู่ สิ่งเหล่านี้ที่จะทำให้ศรัทธาของเราเข้มแข็งและเป็นแรงบันดาลใจให้ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ดังนั้นจะได้เห็นพระเขี้ยวแก้วหรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่ประเด็น อยู่ที่ศรัทธาเชื่อมั่นของเราในพระองค์หรือไม่
32. ดังคำที่ว่าหากได้ปฏิบัติได้ตามที่พระองค์ทรงสั่งสอนไว้ได้ ก็จะ “เห็น” พระองค์เอง การเห็นแบบนี้ซิที่มีเหตุผลและมีคุณค่าที่สุด

ศรีลังกา ดินแดนสืบต่อพุทธศาสนาที่สำคัญของโลก สำหรับผมแล้วมีความสำคัญไม่แพ้สังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งในอินเดียและเนปาลเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
33. ที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล ได้ย้ายจากอินเดียไปอยู่ที่ศรีลังกาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งพระเขี้ยวแก้ว พระเกศาธาตุ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งยังเป็นต้นเดิมต้นเดียวในโลกที่เหลืออยู่ รอยพระพุทธบาทที่ศรีปาทะฯลฯ ดังนั้นหากใครได้ไปสักการะสังเวชนียสถานที่
34. อินเดียหรือที่เนปาลแล้ว ก็ไม่ควรพลาดการไปตามรอยพุทธศาสนาและพระพุทธเจ้าที่ศรีลังกาด้วย ท่านจะได้ซาบซึ้งกับการเกิดของพระสงฆ์นิกายสยามวงศ์ในศรีลังกาด้วย เพราะสยามวงศ์นี้เป็นที่มาของการที่พระธรรมทูตไทยจากสยามในช่วงกรุงศรีอยุธยานำโดยพระอุบาลีได้ไปสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม
35. ฟื้นฟูพุทธศาสนาจนศรีลังกามีพุทธศาสนาที่เจริญมั่นคงมาจนทุกวันนี้

#Reference
- พลเดช วรฉัตร อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบและมัลดิฟส์ ; facebook.com/poldejwora
อยากไปตามรอยท่านทูตจังเลยค่ะเช้านี้เห็นท่านใส่บาตร ที่วัดทองเนียม และไม่ลืมส่งบุญให้เด็กๆ ที่ศูนย์พัฒนาเด็ก หนองบัวลำภูรวมทั้งคุณครูด้วย
เอาสมุดโน็ตยึกยือเล่มเล็กใส่บาตรด้วย ให้เด็กๆ ไปใช้ในที่ใหม่
🙏🏻🙏🏻อนุโมทนาค่ะ
ไฟล์หนังสือพระราชนิพนธ์รัชกาลที่5เกี่ยวกับเมื่อครั้งประภาสลังกาทวีปนะคะ 68 หน้าค่ะ

finearts.go.th/nakhonsithamma…

• • •

Missing some Tweet in this thread? You can try to force a refresh
 

Keep Current with HuixianHuang

HuixianHuang Profile picture

Stay in touch and get notified when new unrolls are available from this author!

Read all threads

This Thread may be Removed Anytime!

PDF

Twitter may remove this content at anytime! Save it as PDF for later use!

Try unrolling a thread yourself!

how to unroll video
  1. Follow @ThreadReaderApp to mention us!

  2. From a Twitter thread mention us with a keyword "unroll"
@threadreaderapp unroll

Practice here first or read more on our help page!

More from @huang_huixian

Oct 9
พันเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้บัญชาการโรงเรียนยานเกราะ ช่วงปี พ.ศ.2498 - 2500

เรื่องเล่าในอดีต
พลจัตวาชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้บัญชาการโรงเรียนยานเกราะ (เลื่อนยศเป็นพลจัตวา ในปี พ.ศ.2499) เป็นคนไปรับรถถังที่ท่าเรือตลองเตย และขับรถถังลงจากเรือด้วยตนเอง Image
2. กล่าวถึง พลจัตวา ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านเป็น “ต้นแบบ” ของชาวยานเกราะ ยามแต่งกายนอกเครื่องแบบ ท่าน คือ เพลย์แมนคนหนึ่ง คาบซิการ์มวนโต สวมรองเท้าส้นสูงที่เรียกว่า “ส้นตึก” สวมกางเกงขายาวปลายบานเหมือน “เอลวิส” ชอบเต้นรำจังหวะลาตินอเมริกัน
3. แต่พวกเราได้รับมรดกจากท่านมาอย่างเดียว ทหารยานเกราะต้องสวมนาฬิกาข้อมือข้างขวา

ส่วนธรรมเนียมปฏิบัติ “กินเหล้าหมดแก้วแล้วต้องขว้างแก้ว” นั้น ต่อมาโรยราและเลิกราไปในที่สุด เนื่องจากเป็นการสิ้นเปลืองค่าแก้วโดยเปล่าประโยชน์ เสียค่าเหล้าแล้วยังเสียค่าแก้วอีก มันก็ดูกระไร Image
Read 4 tweets
Oct 9
ภาพประวัติศาสตร์ ณ บึงบัวบากง โดย เรารักพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙
"ภาพประวัติศาสตร์ ณ บึงบัวบากง"

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงล่องเรือ ในพระหัตถ์มีแผนที่ ในพระหัตถ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีสมุดจดหนึ่งเล่มเสมอ
2. “ลุงๆ ไปพายเรือให้ในหลวงต๊ะ พระองค์ท่านจะเสด็จลงเรือชมบึงบากง”
‘ลุงนุช’ ฝีพายในหลวง-ราชินี ประพาส ‘บึงบัวบากง’ นราธิวาส จนกลายเป็นหนึ่งใน ‘ภาพประวัติศาสตร์’ ของปวงชนชาวไทย

ผู้ใหญ่สุดใจ แสงมณี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ บ้านบากง ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
3. เดินทางมาเรียกนายนุช อนันตรานนท์ ขณะกำลังก่อสร้างบ้านอยู่ใกล้กับแยกทางหลวงสายรือเสาะ-ศรีสาคร ซึ่งจากจุดแยกนี้เข้าไปเพียงประมาณ ๒๐๐ เมตร ก็จะถึงบริเวณของหนองบัวบากง
นายนุช อนันตรานนท์ ราษฎรบ้านบากง ซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ละจากงานหันมามองหน้าผู้พูดด้วยไม่แน่ใจว่า
Read 27 tweets
Oct 9
แววตาสายพระเนตร ของในหลวง และพระราชินี ที่ทรงทอดพระเนตรมองประชาชนของพระองค์ที่สูญเสียจากเหตุการณ์กราดยิงหนองบัวลำภู ข้าพระพุทธเจ้ามองแล้ว ต้องร้องไห้และน้ำตาไหลเลยเพคะ ทั้งสองพระองค์ ทรงรักและห่วงราษฎรของพระองค์เป็นที่สุด
💛💜 ในหลวง พระราชินี พระราชทานกำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ
ในการนี้ ทรงมีพระราชปฏิสันถารให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย ดังความว่า
“รู้สึกเสียใจ เศร้าสลดใจมากที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ช่วงเวลาแห่งความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจก็ไม่ทราบจะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ ก็เป็นความรู้สึกร่วม เป็นเหตุที่ไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเกิดมีอะไรเดือดร้อนลำบากให้ช่วยเหลือให้ดูแล ขอแสดงความเสียใจและคงไม่มีคำไหนมาแทนความเสียใจได้
Read 4 tweets
Oct 7
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยทุกชีวิตใต้ร่มพระบารมี พระราชทานอาหารสุนัขและแมวให้ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ

วันที่ 26 ก.ย.60 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของสุนัขและแมวจรจัด พระราชทานอาหารสุนัขและแมว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ
2. ให้กับสถานสงเคราะห์สัตว์จรจัดทั่วประเทศในนาม คุณฟูฟู สุนัขทรงเลี้ยง ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลอากาศตรี ธวัชชัย ศรีแก้ว หัวหน้าแผนกสัตว์บาลในพระองค์ 904 เป็นผู้เชิญอาหารสุนัขและแมวพระราชทานในนามคุณฟูฟู เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับ ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด
3. ของกองทัพเรือ (พื้นที่ กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ) โดยมี พลเรือโท ภาณุ บุญยะวิโรจ เสนาธิการกองเรือยุทธการ พร้อมคณะนายทหาร ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ

พลอากาศตรี ธวัชชัย ศรีแก้ว ผู้แทนพระองค์ได้อัญเชิญ
Read 14 tweets
Oct 7
ธรรมโอสถ

ร่างกายคนเรา ต้องแก่ ต้องเจ็บ และตายในที่สุด ส่วนจิตใจ ก็มีเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนกัน การฝึกหัดจิตใจในนี้ก็เรียกว่า เป็นการแก้โรค เอาธรรมะของพระพุทธเจ้า มาแก้โรคของใจ ที่เคยเป็นมาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติมาแล้ว ความโกรธ ความโลภ ความหลง ความเป็นไปต่าง ๆ
2. ที่มันแสดงออกมาในทางไม่ดี เราอ่านเอาแสงของมัน เอาลักษณะอาการของมัน ขึ้นมาปรากฏเกิดขึ้นในตัวเจ้าของเอง ยกตัวอย่าง

ความโลภ ก็ทำนองเดียวกัน มันอยากได้ขึ้นมา ไม่รู้จักบาปไม่รู้จักบุญ พอแย่งเอาก็เอาเลย พอฆ่าก็ฆ่าเจ้าของ นั่นมันแสดงขึ้นมาในด้านจิตใจ
3. ความโกรธ เวลามันขึ้นมา มันแดงหมดตลอดทั้งหน้าทั้งตาเลยนะ มันฉีดเลือดเข้าไปเลี้ยงร่างกายหมดทุกส่วน หน้าแดง ตาแดง พูดไม่ถูกคำโน้นนะ ด่าก็ไม่ถูกคำพูดคำจา นั่นมันขึ้นมาขนาดไหน

ความหลง อันนี้มันเป็นผลของความโกรธกับความโลภ ถ้าเกิดขึ้นแล้ว เราไม่รู้เท่าทัน เราก็จะหลงเท่านั้นหละ
Read 5 tweets
Oct 6
ความเป็นกันเอง เรียบง่ายไม่ถือพระองค์ของ ทูลกระหม่อมภา

เมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อพระราชทานชุดอุปกรณ์ดาวเทียมเพื่อการศึกษา, ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนและสิ่งของแก่นักเรียน Image
2. ณ โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ห้องเรียนบ้านสาละวะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ซึ่งนับเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งของพสกนิกรชาวไทย ที่ได้เห็นพระจริยวัตรที่งดงาม ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงเป็นกันเองและไม่ถือพระองค์เลยแม้แต่น้อย Image
3. ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อพระราชทานชุดอุปกรณ์ดาวเทียมเพื่อการศึกษา, ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียนและสิ่งของแก่นักเรียน ณ โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ห้องเรียนบ้านสาละวะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี Image
Read 6 tweets

Did Thread Reader help you today?

Support us! We are indie developers!


This site is made by just two indie developers on a laptop doing marketing, support and development! Read more about the story.

Become a Premium Member ($3/month or $30/year) and get exclusive features!

Become Premium

Don't want to be a Premium member but still want to support us?

Make a small donation by buying us coffee ($5) or help with server cost ($10)

Donate via Paypal

Or Donate anonymously using crypto!

Ethereum

0xfe58350B80634f60Fa6Dc149a72b4DFbc17D341E copy

Bitcoin

3ATGMxNzCUFzxpMCHL5sWSt4DVtS8UqXpi copy

Thank you for your support!

Follow Us on Twitter!

:(