#เหิงเหิงแห่งแก๊งน้ำตาปีศาจ
"หลี่เกอ"
"ครับนายน้อย"
"เหิงเหิงอายุสิบสี่แล้ว ทำไมยังโดนกักบริเวณอยู่ล่ะ"
"...เพราะนายน้อยโกหกไม่เก่งแล้วโดนจับได้ไงครับ" กวงหลี่ตบบ่านายน้อยคนดีปุปุ
หลังจากหอบเอาดอกไม้ไปให้เตี่ยจ๋าเป็นของขวัญวันเกิด ดอกฝิ่นที่ไปเอามาจากนอกเขตแก๊งก็ทำเอาความแตกดังโผละว่าหนีออกไปข้างนอกโดยไม่มีผู้ติดตามมา
เหล่าผู้ปกครองและหยางเหิงมีกฎที่ไม่พูดออกมาอยู่ข้อหนึ่ง ถ้าหนีเที่ยวต้องอย่าให้รู้ ถูกจับได้ต้องแถไปให้สุดทาง ถ้าโกหกไม่รอด ก็ต้องถูกทำโทษ
หัดหลอกชาวบ้านมาตั้งแต่สิบขวบ เรื่องโกหกถึงไม่เชี่ยวชาญก็พอจะทำให้คนอื่นหัวปั่นได้ แต่ไม่รู้ทำไม พอเป็นพี่ชายค้างคาวกับเตี่ยแล้วก็หลี่เกอแล้วโดนจับได้ทุกที
กับหลี่เกอยังไม่เท่าไหร่ โดนจับได้ก็แค่อ้อนให้ปิดเป็นความลับ แต่กับเตี่ยกับพี่ชายค้างคาว ความแตกเมื่อไหร่โดนลงโทษเท่านั้น..
ตอนนี้นอกจากไปโรงเรียนแล้ว เหิงเหิงเลยติดแหง่กอยู่ในตึกสำนักงานใหญ่ของแก๊ง เหี่ยวเฉาชนบรรดาพี่ชายพี่สาวจะแหกกฎพาหนีออกไปอยู่รอมมะร่อ
แต่เหิงเหิงไม่ใช่นายน้อยคนเลวซะหน่อย จะแหกกฎทั้งทีก็ต้องไม่ลากคนอื่นมาดือดร้อน! ถ้าจะหนีก็ต้องทุบคนอื่นก่อน1 จะได้ดุเหมือนไม่ได้ช่วยให้หนีไป
เหล่าพี่ชายพี่สาวในแก๊ง : จะดีใจหรือยกมือห้ามดี...
อย่างนั้นอย่างนี้ เนื่องจากนายน้อยคนดียังเขดอยู่ ก้เลยยอมอยู่ในตึกสำนักงานใหญ่ดีๆ
ระหว่างนั้นฉวีฟางหลินก็มาเยี่ยม
ที่จริงต้องบอกว่ามาหัวเราะเยาะ
"โตขนาดนี้แล้วแค่หนีเที่ยวยังโดนจับได้ฉันไม่เคยมีเพื่อนแบบนายนะ อายเขา"
"ก็แค่เผลอหลุดปากพูดถึงของที่ไม่มีในแก๊งนี่นา!!" หยางเหิงกอดหมอนหน้ามุ่ย
"จะโกหกก็ต้องโกหกให้ถึงที่สุดสิ!" ฉวีฟางหลิวหยิกแก้มกลมๆ "รู็ก็รู้กฎแก๊งตัวเองยังจะไปาเอาดอกฝิ่นกลับมาอีก"
แก๊งน้ำตาปีศาจมีกฎเหลกๆง่ายๆอยู่สามจ้อ
ข้อแรก ไม่ค้ามนุษย์
ข้อสอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝิ่น
ข้อสาม ห้ามให้ใครรู้ว่าคนในแก๊งเป็นปีศาจของจริง
นอกเหนือจากนั้น ธุรกิจสีดำสีเทาอะไร ค้าของผิดกฎหมายระดับไหน แก๊งน้ำตาปีศาจก็รับทำหมด
หยางเหิงไม่รู้ว่าทำไมต้องห้าม แต่ฝิ่นเป็นของที่ไม่ดีอย่างที่บอกจริงๆ ตัวดอกไม้สวยมาก แต่สารประกอบในนั้นกลับเป็นอันตราย
"ดอกฝิ่นไม่ผิดซะหน่อย คนที่ผิดคือคนที่เอามาทำเป็นฝิ่นให้สูบต่างหาก" หยางเหิงฮึดฮัด
"จ๊ะ จ๊ะ เอาที่สบายใจเลยหนุ่มน้อย"
"แล้วเสี่ยวหลินมาทำไมอะ"
"มาดูหน้าคนโดนกักบริเวณไง" เด็กสาวขยิบตา "แล้วนี่งานเลี้ยงรวมรุ่นเยาว์ของแก๊งจะไปไหม?"
"งืม.." หยางเหิงนับนิ้ว "อาจจะได้ไป หมดช่วงกักบริเวณพอดี"
"ก็ดี ไปแล้วก็ระวังตัวด้วย ช่วงนี้มีหมาบ้าหาเรื่องไปทั่วอยู่ตัวนึง..ไม่รู้จะมาหาเรื่องนายหรือเปล่า"
"...หมาพูดได้ด้วยเหรอ? เป็นปีศาจเหรอ?" หยางเหิงเอียงคอขมวดคิ้ว
"..เปรียบเปรย หมายถึงทำตัวระรานก่อกวนไปทั่วแบบไม่เลือกหน้า ไร้เหตุผล" ฉวีฟางหลินหยิกแก้มเพื่อนอีกรอบ
"เจ็บบบ"
"แล้วนี่หลี่เกอของนายไปไหน?"
"เหิงเหิงอยู่บ้าน เลยไล่หลี่เกอเลยไปฝึกกับพี่ชายค้างคาว"
ฉวีฟางหลินพยักหน้าเข้าใจ "แล้วทำไมนายมานอนขี้เกียจแบบนี้?"
"ก็เหิงเหิงไปทรมานคนมาทั้งคืน ตอนเช้าเพิ่งได้นอน เลยเพิ่งตื่น"
"น่าจะเลื่อนมาเป็นตอนเที่ย งฉันจะได้ไปร่วมด้วย"
"ฮื้อ เสี่ยวหลินเป็นคนของอีกแก๊ง จะพาลงไปห้องใต้ดินได้ไง เหิงเหิงโดนด่าตาย"
"ในแก๊งมีคนกล้าด่านาย?"
หยางเหิงอ้าปาก
แล้วก้หุบปาก
คิดไปนานถึงพูดออกมา
"....ไม่มี"
คนที่ด่าได้คือเตี่ยฮวาหลง แต่เตี่ยเคยด่าที่ไหนกัน
แต่ไหนแต่ไรเตี่ยก็พูดด้วยดีๆมาตลอด ถ้าทำผิดจะดุด้วยเหตุผล บางครั้งก้ไม่ดุด้วยซ้ำ
"อืม เปลี่ยนคำ ไม่โดนด่าแต่โดนดุ"
ฉวีฟางหลินกลอกตา "ย่ะ งั้นฉันไปแล้ว มาดูหน้าคนดดนกักบริเวณเฉยๆ ไว้เจอกันวันงานเลี้ยง อยู่ดีๆล่ะ!"
"บ๊ายบายยย แล้วเจอกันนะ!"
ฉวีฟางหลินโบกมือโดยไม่หันหลังไปมอง
หล่อนอุตส่าห์วิ่งมาถึงแก๊งชาวบ้านเพราะกลัวว่าเพื่อนโดนกักบริเวณจะเฉา ที่ไหนได้ ต่อให้เฉาก็ดูท่าเจ้าตัวจะไม่อินังขังขอบเท่าไร
ห่วงเสียเปล่าแท้ๆ
@threadreaderapp pls unroll
Share this Scrolly Tale with your friends.
A Scrolly Tale is a new way to read Twitter threads with a more visually immersive experience.
Discover more beautiful Scrolly Tales like this.
